สำนักงานนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนระบุในรายงานว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอาจสร้างความเสียหายต่อกรุงลอนดอนเป็นมูลค่าสูงถึง 3.6 หมื่นล้านปอนด์ (5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปีภายในช่วงคริสต์ทศวรรษ 2050
รายงานดังกล่าวระบุว่า การสูญเสียชั่วโมงทำงาน การหยุดชะงักของภาคธุรกิจ และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดจากสภาพอากาศสุดขั้วอันมีสาเหตุมาจากภาวะโลกร้อน มีแนวโน้มที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของกรุงลอนดอน ปรับตัวลงในช่วงไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวแนะนำว่า ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการปรับเปลี่ยนชั่วโมงทำงาน อนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน รวมถึงผ่อนคลายระเบียบการแต่งกายและเครื่องแบบพนักงาน ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้บริษัท ทรานสปอร์ต ฟอร์ ลอนดอน (Transport for London) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายรถไฟใต้ดินของลอนดอน ติดตั้งระบบปรับอากาศในรถไฟใต้ดินขบวนใหม่ และมองหาวิธีใหม่ ๆ เพื่อรักษาความเย็นภายในขบวนรถและบริเวณชานชาลา
รายงานดังกล่าวซึ่งเผยแพร่โดยนายกเทศมนตรีและสภากรุงลอนดอนยังระบุด้วยว่า หน่วยงานบริหารของกรุงลอนดอนจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการปกป้องและปรับปรุงสวนสาธารณะ การประชาสัมพันธ์พื้นที่คลายร้อนสาธารณะในช่วงที่อากาศร้อน จัดหาห้องน้ำสาธารณะและน้ำดื่มเพิ่มขึ้น ตลอดจนเพิ่มร่มเงาในพื้นที่สาธารณะ
ซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน กล่าวในวันนี้ (20 ส.ค.) ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังคุกคามชีวิตของชาวลอนดอน ส่งผลกระทบต่อการบริการที่จำเป็น และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของลอนดอนเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านปอนด์
เราต้องสร้างบ้านและอาคารที่เย็นขึ้น ชุมชนที่เขียวขจีและมีร่มเงามากขึ้น รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถทนทานต่อสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นได้ นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนกล่าว
ในฤดูร้อนปีนี้ คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นติดต่อกันถึง 5 ระลอก และฝนที่ไม่ตกลงมาเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ได้สร้างแรงกดดันอย่างมากต่อระบบบริการสาธารณะ ระบบน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานของสหราชอาณาจักร ขณะที่โรงพยาบาลหลายแห่งต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนเกินไป และพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศกำลังประสบภัยแล้ง
ผลการวิจัยที่เผยแพร่ในเดือนก.ค.พบว่า คลื่นความร้อนระลอกหนึ่งในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอังกฤษสูงถึง 1.15 พันล้านปอนด์ เนื่องจากแรงงานกลางแจ้งจำเป็นต้องลดชั่วโมงทำงานลง ขณะเดียวกันความร้อนยังทำให้ปัญหาสุขภาพย่ำแย่ลงไปอีก ทั้งนี้ อุณหภูมิที่สูงที่สุดบางส่วนเกิดขึ้นในกรุงลอนดอน ซึ่งถนนในเขตเมืองและสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งกว่าปกติโดยธรรมชาติ ยิ่งซ้ำเติมแนวโน้มในระดับประเทศให้รุนแรงขึ้น
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์