ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งกว่า 400 จุด บอนด์ยีลด์พุ่งกดดันตลาด

ข่าวต่างประเทศ Thursday August 20, 2026 20:15 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งลงกว่า 400 จุดในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ แม้กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศมาตรการแทรกแซงตลาดวานนี้

ณ เวลา 19.56 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 436 จุด หรือ 0.81% สู่ระดับ 53,094 จุด

ตลาดยังได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกดดันอิหร่านอย่างหนัก

นอกจากนี้ การดิ่งลงกว่า 5% ของราคาหุ้นวอลมาร์ทในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ฉุดตลาด หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพลิกดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยหักล้างการปรับตัวลงเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการซื้อขายวานนี้ หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศมาตรการแทรกแซงตลาดโดยมีเป้าหมายเพื่อลดแรงกดดันต่อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว

ณ เวลา 19.22 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.704% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 5.259%

การดีดตัวขึ้นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการแทรกแซงตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐกำลังเผชิญกับปัจจัยหลายประการที่กดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดต้องเผชิญกับการแข่งขันอย่างหนักจากการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขยายการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยปัจจัยดังกล่าวทำให้ term premium ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่นักลงทุนเรียกร้องเพื่อแลกกับการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

นางมายา ครุก นักวิเคราะห์อาวุโสของ JPMorgan Chase ระบุในรายงานถึงลูกค้าว่า มาตรการแทรกแซงเหล่านี้ ปิดบังปัญหาเชิงโครงสร้างที่อยู่เบื้องหลัง และไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านั้นแต่อย่างใด

แม้ว่าการดำเนินการเมื่อวันพุธจะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวบางส่วนปรับตัวลง แต่ผลกระทบที่อาจคงอยู่นานกว่าคือความเป็นไปได้ที่ risk premium จะสูงขึ้น เนื่องจากตลาดมองว่ากระทรวงการคลังกำลังเข้าแทรกแซงตลาด และกำลังออกห่างจากหลักการ สม่ำเสมอและคาดการณ์ได้ ที่เคยยึดถือ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐแถลงวานนี้ว่า ทางกระทรวงฯ จะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลมากกว่าสองเท่า

ภายใต้โครงการดังกล่าว กระทรวงการคลังจะซื้อคืนพันธบัตรในช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี โดยทางกระทรวงฯ จะเพิ่มขนาดวงเงินสูงสุดของการซื้อคืนพันธบัตรดังกล่าวอย่างน้อยเป็นสองเท่า จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็น อย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน

กระทรวงการคลังระบุในแถลงการณ์ว่า การเพิ่มขนาดการดำเนินการซื้อคืนครั้งนี้สะท้อนถึงความต้องการของกระทรวงการคลังที่จะเพิ่มสภาพคล่องในกลุ่มพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ซึ่งเป็นส่วนที่นักลงทุนในตลาดให้ความสนใจอย่างมาก

การประกาศของกระทรวงการคลังเป็นการส่งสัญญาณว่า กระทรวงฯ ตระหนักถึงปัญหาด้านสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรระยะยาว และพร้อมที่จะเข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้น

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงอย่างหนักวานนี้ หลังจากมีการประกาศดังกล่าว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 4.647% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ร่วงลงสู่ 5.196%

ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนจะเคลื่อนไหวสวนทางกัน

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ