กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (21 ส.ค.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 1.8% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สองและถือเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบและค่าพลังงาน
ทั้งนี้ ดัชนี Core CPI เดือนก.ค. เร่งตัวขึ้นจากระดับ 1.6% ในเดือนมิ.ย. โดยสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ ขณะที่นักวิเคราะห์อาวุโสจากสถาบัน Daiichi Life Research Institute ระบุว่า ข้อมูลในวันนี้ช่วยสนับสนุนความกังวลของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และทำให้มีความเป็นไปได้สูง (Base Case) ที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. นี้
ด้านดัชนี Core-Core CPI ซึ่งไม่รวมทั้งหมวดพลังงานและอาหารสด เพื่อสะท้อนแนวโน้มราคาพื้นฐานที่แท้จริง ปรับตัวขึ้น 1.9% ในเดือนก.ค.
ขณะที่ราคาอาหารที่ไม่รวมหมวดอาหารสด ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนก.ค. นำโดยการปรับขึ้นราคาของมันฝรั่งทอดกรอบและขนมขบเคี้ยวอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตนี้ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากระดับ 3.1% ในเดือนมิ.ย.
ด้านต้นทุนพลังงานปรับตัวขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายปี พลิกกลับมาเป็นบวกหลังจากลดลง 0.4% ในเดือนมิ.ย. โดยได้แรงหนุนจากราคาก๊าซโพรเพนที่พุ่งขึ้น 6.5% และราคาน้ำมันก๊าดที่เพิ่มขึ้น 15.7% สวนทางกับค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับลดลง 0.1% และ 1.8% ตามลำดับ
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต