สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกได้รับวัคซีนป้องกันโรคอีโบลาชุดแรกเมื่อวันศุกร์ (21 ส.ค.) ขณะที่ทางการเร่งควบคุมการระบาดครั้งใหญ่ ซึ่งจนถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 5,290 ราย และเสียชีวิต 2,516 ราย
กระทรวงสาธารณสุขของคองโกระบุว่า วัคซีน Ervebo จำนวน 16,520 โดส เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเอ็นจิลีในกรุงกินชาซา เมืองหลวงของประเทศแล้ว โดยคาดว่าจะได้รับวัคซีนทั้งหมด 50,120 โดสระหว่างวันที่ 21-24 ส.ค.
องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ระบุเมื่อวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) ว่า กลุ่มประสานงานระหว่างประเทศด้านการจัดหาวัคซีนได้อนุมัติการจัดสรรวัคซีน Ervebo เบื้องต้นจำนวน 70,000 โดส เพื่อส่งให้คองโกทันที หลังรัฐบาลยื่นคำร้องขอ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าวัคซีน Ervebo จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ซึ่งเป็นสาเหตุของการระบาดครั้งนี้ได้มากน้อยเพียงใด โดยวัคซีนดังกล่าวได้รับอนุญาตและมีคำแนะนำให้ใช้สำหรับการระบาดที่เกิดจากไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Zaire
จากวัคซีนที่ได้รับจัดสรร 70,000 โดส จะมี 20,000 โดสนำไปใช้ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 เพื่อประเมินผลของวัคซีนต่อไวรัสสายพันธุ์ Bundibugyo ส่วนอีก 50,000 โดสจะจัดสรรให้บุคลากรด่านหน้าและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
การส่งมอบวัคซีนมีขึ้นในขณะที่การแพร่เชื้อยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยรายงานสถานการณ์ล่าสุดของรัฐบาลคองโกซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ ระบุว่า ณ วันที่ 19 ส.ค. มีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 5,290 ราย และเสียชีวิต 2,516 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 47.6%
คองโกประกาศการระบาดของโรคอีโบลาครั้งปัจจุบันเมื่อวันที่ 15 พ.ค. และนับตั้งแต่นั้น การระบาดครั้งนี้ได้กลายเป็นการระบาดของโรคอีโบลาที่มีขนาดใหญ่และมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ รวมถึงเป็นการระบาดครั้งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช