รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา มั่นใจโมเมนตัมท่องเที่ยวไทยยังแกร่ง ตั้งเป้ารายได้ปี 69 ใกล้เคียงปี 68 ที่ 2.7 ล้านล้านบาท จากต่างชาติ 33 ล้านคน ก่อนดันรายได้ปี 70 โตอย่างน้อย 5% หวังสู่เป้าหมาย 3 ล้านล้านบาท ภายใน 4 ปี พร้อมเร่งคลอดโครงการ ไทยเที่ยวไทย ชง ครม. ก.ย. นี้ เริ่มใช้งาน 1 ต.ค. 69 ด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชูกลยุทธ์ 4 Strategic Moves หรือ 4 แม่ไม้ ใช้ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงทิศทางการท่องเที่ยวโดยแสดงความมั่นใจว่าโมเมนตัมการท่องเที่ยวในปีนี้ยังคงดีต่อเนื่อง โดยคาดว่ารายได้ในปี 69 จะใกล้เคียงเมื่อเทียบกับปี 68 (2.7 ล้านลบ.) ตามเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 69 ที่ 33 ล้านคน (ปี 68 อยู่ที่ 32.97 ล้านคน) และคาดการณ์ว่าในปีหน้าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5% ซึ่งเป็นการตั้งเป้าหมายแบบระมัดระวัง แต่เชื่อมั่นว่าจะทำได้เกินกว่าที่คาดการณ์ไว้
ส่วนเป้าหมายรายได้ 3 ล้านล้านบาท รมว.ท่องเที่ยวฯ ยอมรับว่า เป็นโจทย์ที่ท้าทายเนื่องจากสภาพโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ พลังงาน และเศรษฐกิจโลก รวมถึงการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่รัฐบาลตั้งใจและอยากให้รายได้กลับไปสู่จุดเดิมให้ได้ภายใน 4 ปีที่เป็นรัฐบาล โดยวางเป้าหมายให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี
สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นใกล้ชายแดนมาเลเซีย รมว.ท่องเที่ยวฯ ให้ความเห็นว่า แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ป้องกันได้ยากเนื่องจากพื้นที่กว้างขวาง แต่เชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียอย่างรุนแรง เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่เฉพาะซึ่งไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลัก และนักท่องเที่ยวมีความเข้าใจสถานการณ์ในพื้นที่ที่ตนเองเดินทางมาประจำอยู่แล้ว ยืนยันว่าแหล่งท่องเที่ยวสำคัญยังคงมีความปลอดภัยและความสงบ
* คาดชง ไทยเที่ยวไทย เข้าครม.ก.ย.นี้ เริ่มใช้ 1 ต.ค.
ในส่วนของโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น ไทยเที่ยวไทย รมว.ท่องเที่ยวฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อสรุปจากการหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้หลังจากที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางกลับมาจากการปฏิบัติภารกิจต่างประเทศ ส่วนไทม์ไลน์การดำเนินงาน คาดว่าจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติในเดือนก.ย. 69 โดยตั้งเป้าหมายเริ่มดำเนินโครงการและเริ่มใช้งานได้ทันทีใน 1 ต.ค. 69
สำหรับการสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน รมว.ท่องเที่ยวฯ ชี้แจงว่า ไม่สามารถใช้เงินจากงบเงินกู้ได้ จึงจำเป็นต้องพิจารณาใช้เงินจากงบกลางปี 2570 ซึ่งจะพิจารณาได้หลังจากวันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป เพื่อช่วยเหลือประชาชนในเรื่องค่าเดินทางต่อไป
*ททท. ชูกลยุทธ์ 4 Strategic Moves ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. จะใช้กลยุทธ์การรักษาโมเมนตัมของตลาดในประเทศ เพื่อสร้างความสมดุลกับตลาดต่างประเทศ เนื่องจากบางตลาดที่มียอดการใช้จ่ายสูง (High Spending) เช่น ตลาดตะวันออกกลาง ยังไม่กลับมาเต็มที่ โดยในส่วนของรายได้จากตลาดต่างประเทศปีนี้นั้น คาดว่ายังไม่ถึง 2 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าปีหน้าตลาดต่างประเทศจะกลับมาเป็นบวก เพื่อผลักดันรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย
สำหรับแผนการตลาดปี 2570 ภายใต้แนวคิด The Year of Transformation ยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากการเติบโตด้วย ปริมาณ สู่การเติบโตด้วย คุณค่า พร้อมตั้งเป้าหมาย The Winning Goal 2027 ผ่าน 3 ตัวชี้วัดหลัก ได้แก่
-รายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากปี 2569
-สัดส่วนการกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองรองที่ 60 ต่อ 40
-ดัชนีความภักดีของนักท่องเที่ยว (Loyalty) ติดอันดับ Top 3 ของเอเชีย พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Asias No.1 High-Value & Meaningful Destination
*เดินเกมรุกปล่อย 4 Strategic Moves หรือ 4 แม่ไม้
Rebalance Market Portfolio ปรับสมดุลโครงสร้างทั้งในมิติตลาด กลุ่มลูกค้า และพื้นที่ปลายทาง ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยแบ่งกลยุทธ์ตลาดออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ตลาดที่ต้องรักษาการเติบโต (Retain) ตลาดที่ต้องปรับเปลี่ยนสู่กลุ่มคุณภาพใหม่ (Reshape) และตลาดที่ต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น (Recover) พร้อมขยายฐาน สู่ตลาดใหม่ทั้งยุโรปตะวันออก ลาตินอเมริกา และเมืองต้นทางใหม่ในตลาดหลัก ควบคู่กับการจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ตามพฤติกรรมและแรงจูงใจ (Segmentation Portfolio) เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ Mainstream, Experience, High Value และ Premium Traveler พร้อมกระจายรายได้และโอกาสสู่ 19 พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ผ่านโครงการ The Link Plus ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่ดังกล่าวร้อยละ 10
Shape Experience Platform ยกระดับจาก Value for Money สู่ Meaningful Destination โดยยกระดับแบรนด์ Amazing Thailand จากจุดหมายที่ คุ้มค่าเงิน สู่จุดหมายที่ มีความหมาย ภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury พร้อมเปิดตัวคาแรกเตอร์ใหม่ น้องสุขใจ และ น้องรักยิ้ม เพื่อนร่วมเดินทางที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยว ผ่านแคมเปญ 365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี และ สุขทันที ที่เที่ยวไทย เติมเมืองไทยให้ใจได้ฮีล ผ่านการออกแบบ Theme Experience ครอบคลุมอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละภูมิภาค เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ในการเดินทาง พร้อมต่อยอดเครือข่าย UNESCO Thailand Network และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกว่า 55 แห่ง รวมถึงเดินหน้าสร้างอัตลักษณ์เมืองผ่าน Signature Destination Branding นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย อุบลราชธานี สงขลา ตราด และสมุทรสงคราม
Build New Growth Engine เปลี่ยนจุดแข็งของประเทศไทยเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการเดินหน้าสร้าง เครื่องยนต์การเติบโตใหม่ 4 ด้าน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับ Life Economy ได้แก่ Theme Product Experience ที่นำเสนอ 9 กลุ่มประสบการณ์และ Unseen Luxperience สำหรับกลุ่ม Premium Traveler, Well-being Tourism ที่ยกระดับไทยสู่ Global Health & Healing Destination ผ่านจุดแข็งด้านการแพทย์ครบวงจร Wellness เชิงวิทยาศาสตร์ และภูมิปัญญาไทย, Festival Economy จัดกิจกรรมระดับ World & International Events ควบคู่กับการต่อยอดความสำเร็จในการผลักดันเทศกาลอัตลักษณ์ไทยในปี 2569 อย่างงานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี งานไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม และเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาสจังหวัดสกลนคร สู่การ Must-Experience in Thailand ระดับนานาชาติ และ Future Sustainability ที่ขยายพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืน สู่จังหวัดน่านและกลุ่ม Wellness Valley พร้อมส่งเสริมโรงแรม Low Carbon ภายใต้มาตรฐาน CF Hotel และกรอบการประเมิน SDG
Transform Together บทบาทใหม่ของ ททท. ในการนำพาทุกภาคส่วน Transform ไปด้วยกัน ผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ ใช้ข้อมูลเชิงลึกนำทาง เชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลผ่านระบบ Tourism Value Intelligence ร่วมกับเครือข่าย 45 สำนักงานในประเทศ 2 ศูนย์ประสานงาน และ 29 สำนักงานต่างประเทศ ขยายขีดความสามารถและองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง และพัฒนา สถาบันผู้นำด้านการท่องเที่ยวผู้นำด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะเปิดเป็นทางการในปี 2571 รวมทั้ง สนับสนุนนวัตกรรมจาก Start-up ที่ช่วยให้ทุกการเดินทางสะดวก ปลอดภัย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรึงใจตลอดเส้นทางการเดินทาง
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า การเลือกจัดงานแถลงแผนการตลาดปี 2570 ที่เวทีมวยราชดำเนินในครั้งนี้ สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงของการท่องเที่ยวไทยต้องเริ่มต้นตั้งแต่วิธีคิด วิธีสื่อสาร และวิธีสร้างประสบการณ์ร่วมกัน แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย แต่เรายังเห็นโอกาสมากมายจากต้นทุนและความได้เปรียบของประเทศไทยทั้งด้าน Wellness ประสบการณ์ที่มีความหมาย วัฒนธรรม อาหาร ความยั่งยืน และการรับรู้ในระดับนานาชาติ ททท. จึงมุ่งเปลี่ยน สิ่งที่เรามี ให้เป็น สิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ ซึ่งจะเป็น คุณค่าที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และพาประเทศไทยก้าวสู่การเติบโตในเกมท่องเที่ยวโลกอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน