สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศเกี่ยวกับการจัดตั้งและแนวทางการกำกับดูแล crypto ETF ในประเทศไทย และหลักการเกี่ยวกับการปรับปรุงคุณสมบัติของผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Custodian) ต่างประเทศที่ให้บริการแก่กองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุน ส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนไทย รวมทั้งยกระดับมาตรฐานการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศของกองทุนให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
ตามที่ ก.ล.ต. มีแนวคิดในการออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับหลักการจัดตั้งและการกำกับดูแล crypto ETF ในไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุน ส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนไทย โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคม 2569 โดยผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางที่ ก.ล.ต. เสนอ พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการใช้บริการ DA Custodian ก.ล.ต. จึงได้ทบทวนและปรับปรุงหลักการเกี่ยวกับการเก็บรักษาทรัพย์สินของ crypto ETF ให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น โดยยังคงกำหนดให้ crypto ETF ใช้บริการ DA Custodian ในไทยเป็นหลัก และเปิดให้ ก.ล.ต. สามารถประกาศอนุญาตให้ใช้บริการ DA Custodian ต่างประเทศได้ เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสมตามสภาวการณ์
ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับการจัดตั้งและแนวทางการกำกับดูแล crypto ETF ในประเทศไทย และหลักการเกี่ยวกับการปรับปรุงคุณสมบัติของผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Custodian) ต่างประเทศที่ให้บริการแก่กองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีสาระสำคัญใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
- หลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้ง crypto ETF ในประเทศไทย
กำหนดให้ crypto ETF อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับ ETF ทั่วไป รวมถึงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวม ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมมาตรการเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน ดังนี้
1) ความพร้อมของ บลจ. : บลจ. ที่ประสงค์จัดตั้ง crypto ETF ต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านบุคลากร ระบบงาน และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กองทุนสามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และเป็นระบบ
2) นโยบายและรูปแบบการลงทุน : crypto ETF ต้องจัดตั้งและบริหารในรูปแบบ passive management โดยมุ่งสร้างผลตอบแทนให้เคลื่อนไหวตามราคา crypto ที่กองทุนลงทุน และต้องมี crypto net exposure ในสกุลใดสกุลหนึ่ง โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะกำหนดประเภท crypto ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ โดยจะพิจารณาจากสภาพคล่อง การยอมรับเป็นการทั่วไป ความปลอดภัยของเครือข่าย และความเหมาะสมด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน ซึ่งในระยะแรกจะกำหนดให้ลงทุนได้ใน Bitcoin และ Ethereum
3) การเก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน : crypto ETF ต้องเก็บรักษาทรัพย์สินไว้กับ DA Custodian ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เป็นหลัก
4) ช่องทางการซื้อขายและการคุ้มครองผู้ลงทุน : crypto ETF จะจดทะเบียนซื้อขายเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์ และมีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนเพิ่มเติม เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะและความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ และการจัดให้ผู้ลงทุนยืนยันว่าได้รับทราบและเข้าใจความเสี่ยงก่อนเริ่มซื้อขาย ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องเน้นย้ำให้ผู้ลงทุนจัดสรรการลงทุนอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์ดิจิทัลและพิจารณาการลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้
5) การเปิดเผยข้อมูลและหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง : บลจ. ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าใจลักษณะ โครงสร้าง กลไกการลงทุน ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง และความเสี่ยงเฉพาะของ crypto ETF
นอกจากนี้ จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้กองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลสามารถลงทุนใน crypto ETF ที่จัดตั้งในประเทศไทยได้ จากเดิมที่สามารถลงทุนได้เฉพาะ crypto ETF ต่างประเทศ โดยยังคงอยู่ภายใต้อัตราส่วนการลงทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนา crypto ETF ในประเทศไทย และเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจไทย (ในระยะแรก ก.ล.ต. จะยังไม่อนุญาตให้มีการออก จัดตั้ง หรือเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับ crypto ETF ต่างประเทศ*)
- การมอบหมายงานจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวม
กำหนดให้ผู้รับดำเนินการจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวม ต้องเป็นผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (DA fund manager) เพื่อให้ผู้รับดำเนินการมีความเชี่ยวชาญและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่สอดคล้องกับลักษณะของทรัพย์สิน
- การเปิดให้ DA custodian และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อมเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF 1) เปิดให้ DA Custodian และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อมด้านบุคลากรและระบบงาน สามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF ได้ ตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 2) ผู้ดูแลผลประโยชน์ที่เป็น DA Custodian หรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นจะสามารถเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ได้เฉพาะ crypto ETF และต้องมีคุณสมบัติและความพร้อมในด้านต่าง ๆ เช่น ฐานะการเงิน บุคลากร ระบบงาน เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมในปัจจุบัน รวมทั้งต้องดำรงคุณสมบัติดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ 3) ผู้ดูแลผลประโยชน์ ที่เป็น DA Custodian หรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น สามารถแต่งตั้งตัวแทนเก็บรักษาทรัพย์สินได้ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ดี การเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะดำเนินการโดยผู้ดูแลผลประโยชน์เองหรือโดยตัวแทน ต้องดำเนินการโดยผู้ที่มีใบอนุญาต DA custodian
ในระยะแรก ผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเป็น DA custodian ในประเทศไทยเป็นหลัก โดยในอนาคต ก.ล.ต. อาจพิจารณาประกาศเปิดให้สามารถใช้บริการ DA custodian ต่างประเทศ ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดได้ หากเห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสมกับสภาวการณ์ โดยผู้ให้บริการ ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายและมีมาตรฐานการกำกับดูแลและการคุ้มครองทรัพย์สินของผู้ลงทุนอย่างเพียงพอ
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นจำนวน 2 ฉบับ ได้แก่
(1) ร่างประกาศเกี่ยวกับการจัดตั้งและแนวทางการกำกับดูแล crypto ETF ในไทย เผยแพร่ทางเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1199 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=ODAzM0RHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=
(2) หลักการเกี่ยวกับการปรับปรุงคุณสมบัติ DA Custodian ต่างประเทศของ กองทุนรวม และ กองทุนส่วนบุคคล ที่ลงทุนใน DA เผยแพร่ทางเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1200 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=ODAzNERHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจสามารถศึกษาและแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์ หรือทางอีเมล [email protected] [email protected] [email protected] [email protected] หรือ [email protected] จนถึงวันที่ 20กันยายน 2569