SCC มั่นใจปี 69 สดใส EBITDA ทะลุเป้า อานิสงส์ FDI-Data Center โครงการ LSP เวียดนามเดินเครื่องกลางปีหน้าเร็วกว่าแผน

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday August 26, 2026 17:55 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย [SCC] มั่นใจผลงานปี 2569 สดใส คาด Adjusted Cash EBITDA ทะลุเป้าหมายที่ 5.6 หมื่นล้านบาท หลังครึ่งปีแรกทำได้แล้วกว่า 42,913 ล้านบาท รับอานิสงส์เม็ดเงิน FDI และกลุ่ม Data Center หนุนยอดขายกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมเติบโตสวนทางอสังหาฯ ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีส่งผ่านต้นทุนแนฟทาได้เร็วขึ้น พร้อมเตรียมเดินเครื่องโครงการ LSP ในเวียดนามกลางปีหน้า ดัน EBITDA เพิ่มปีละ 9,000 ล้านบาท

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย [SCC] เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 69 คาดกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ที่เป็นกระแสเงินสดและปรับปรุงรายการพิเศษแล้ว (Adjusted Cash EBITDA) ทะลุเป้าหมายที่ 5.6 หมื่นล้านบาทได้ เนื่องจากเพียงครึ่งปีแรกบริษัททำได้แล้วถึง 42,913 ล้านบาท ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการปรับโครงสร้างธุรกิจและการจัดการความเสี่ยง

นอกจากนี้บริษัทได้รับอานิสงส์ชัดเจนจากการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ และการปรับโครงสร้างธุรกิจมุ่งสู่นวัตกรรมคาร์บอนต่ำ โดยการลงทุน FDI ที่เข้ามาในไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center และโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลดีโดยตรงต่อกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง แม้ยอดขายในภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย (Residential) จะหดตัว แต่ยอดขายในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมกลับเติบโตสวนทางถึง 3-4%

นวัตกรรมเด่นที่สร้างรายได้หลักในขณะนี้คือ เหล็กโครงสร้าง และวัสดุฉนวนกันความร้อนซึ่งเป็นวัสดุจำเป็นใน Data Center นอกจากนี้ การที่ SCG มี ซีเมนต์คาร์บอนต่ำ (Low Carbon Cement) ยังช่วยตอบโจทย์คู่ค้าระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทรักษาความได้เปรียบในตลาดไว้ได้

ในด้านปัจจัยภายนอก แนวโน้มราคาน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลัง แม้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางจะเข้าสู่ช่วงพักรบชั่วคราว แต่ราคาน้ำมันยังอยู่ในยระดับสูง เนื่องจากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Reserve) ของโลกปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ซึ่งหากสหรัฐฯ หยุดการปล่อยน้ำมันสำรองออกมาเพื่อพยุงราคา จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปี ปัจจัยดังกล่าวยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

โดย SCC มีการบริหารจัดการโดยลดการใช้ถ่านหิน เนื่องจากราคาถ่านหินเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน จึงปรับมาใช้ไบโอแมส ทำให้ได้รับผลกระทบจากต้นทุนสูงขึ้นไม่มาก สำหรับธุรกิจปิโตรเคมี กลไกตลาดในปัจจุบันมีการเปลี่ยนไป โดยราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจะปรับตัวตามราคาน้ำมันแนฟทาได้รวดเร็วขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 1-2 เดือน ทำให้บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า (Pass-through) ได้เร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายธรรมศักดิ์ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตลาดจีน ซึ่งเดิมเคยได้เปรียบเรื่องวัตถุดิบราคาถูก จากรัสเซีย แต่ปัจจุบันปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ต้นทุนของจีนพุ่งสูงขึ้น จนต้องปรับราคาผลิตภัณฑ์ขึ้นเร็ว สำหรับโครงการ LSP ในเวียดนาม คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงกลางปีหน้า เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ปลายปีหน้า

ทุกเดือนที่เดินเครื่องได้เร็วขึ้น หมายถึงเม็ดเงินที่มากขึ้น หากโครงการ LSP เดินเครื่องเต็มรูปแบบ จะสร้าง Adjust EBITDA เพิ่มเติมได้ถึงปีละ 9,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเดือนละเกือบ 1,000 ล้านบาท นายธรรมศักดิ์กล่าว

โดย วรินทร ศิรินอก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ