ศรพล กางแผนขับเคลื่อน กบข. ยกระดับดูแลสมาชิก-ดึง AI สู้เศรษฐกิจโลกผันผวน

ข่าวทั่วไป Thursday August 27, 2026 12:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

เลขาธิการ กบข. คนใหม่ ศรพล ตุลยะเสถียร กางแผนขับเคลื่อน ชูภารกิจหลัก ลงทุนมั่นคง เกษียณมั่นใจ เศรษฐกิจไทยยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ

นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 69 ได้กำหนดวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทย และประเทศชาติ มุ่งยกระดับการลงทุนมืออาชีพ ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยั่งยืน

โดยข้อมูลปัจจุบัน สมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกจำนวนมาก ยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเส้นทางสู่เกษียณมั่นคง ต้องเริ่มจากการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืน

กบข. จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารงานในระยะต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับการดูแลสมาชิก สร้างระบบนิเวศข้อมูลการเงิน (Financial Data Ecosystem) เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ อาทิ กระทรวงการคลัง, บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อนำข้อมูลมาสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงิน และความต้องการของสมาชิกแต่ละกลุ่ม สู่การออกแบบบริการและคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กบข. ยังมีแนวคิดผลักดันการปรับปรุงกฎหมายขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินเพื่อวัยเกษียณ (ออมต่อ) สำหรับอดีตสมาชิก และข้าราชการบำนาญ สามารถนำส่งเงินเข้ามาออมกับ กบข.ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว และลดความเสี่ยงจากภัยมิจฉาชีพทางการเงิน

สำหรับด้านการลงทุน จากสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ลดลง กบข. จึงจำเป็นต้องศึกษาการพัฒนาแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ (Total Portfolio Approach: TPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง และสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่เหมาะสมให้แก่สมาชิก

โดยปัจจุบัน กบข. ได้เริ่มนำแนวคิด Hybrid TPA มาประยุกต์ใช้แล้ว และจะเดินหน้ายกระดับกระบวนการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ กบข. จะมุ่งยกระดับบทบาทสู่ผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG Leadership) ผ่านการขับเคลื่อนแนวทาง Active Ownership และบูรณาการหลัก ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้สมาชิก ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศ

เลขาธิการ กบข. กล่าวว่า จะขับเคลื่อนองค์กรให้พร้อมก้าวสู่อนาคต (Data & AI Organization) ด้วยการวางฐานข้อมูล พัฒนาคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยนำ AI มาใช้ในการประมวลผลในงานด้านลงทุน บริการสมาชิก และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร เพื่อให้ทำงานรวดเร็ว ลดงานซ้ำซ้อนและความผิดพลาด พร้อมทั้งช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น

กบข. จะเป็นมากกว่าผู้บริหารเงินออมเพื่อการเกษียณ แต่จะเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิกและประเทศ เราจะขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเข้าใจสมาชิก การลงทุนอย่างมืออาชีพ และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีเส้นทางสู่การเกษียณที่มั่นคง พร้อมทำให้เงินลงทุนของ กบข. เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ นายศรพล กล่าว

สำหรับผลตอบแทน กบข. ตั้งแต่ต้นปีถึง 16 ส.ค. 69 แผนการลงทุนพื้นฐานทั่วไป อยู่ที่ 8.08% แผนการลงทุนตามหลักชะรีอะฮ์ 20.41% แผนหุ้นต่างประเทศ 24.19% แผนหุ้นไทย 34.69% ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงฟองสบู่ AI Semiconductor (กลุ่มหน่วยความจำ) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาว กำแพงภาษีการค้า และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

นายศรพล กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ กบข. อยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายในการขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินเพื่อวัยเกษียณ (ออมต่อ) สำหรับอดีตสมาชิก และข้าราชการบำนาญ โดยสามารถนำส่งเงินเข้ามาออมกับ กบข.ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว และลดความเสี่ยงจากภัยมิจฉาชีพทางการเงิน

เรามีการสำรวจสมาชิก 80-90% สนใจจะเอาเงินกลับมาออมต่อ โดยขณะนี้ มีคณะทำงานย่อย เพื่อพิจารณาการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) และเสนอกระทรวงการคลังต่อไป โดยการแก้ไขกฎหมาย จะขยายสิทธิ์ตามกฎหมายด้านสมาชิก เช่น ให้อดีตสมาชิกนำเงินก้อน กบข. ที่ได้รับตอนเกษียณกลับมาให้ กบข.บริหารต่อ, ให้สิทธิอดีตสมาชิกส่งเงินบำนาญ รายเดือนหรือเบี้ยหวัดกลับมาให้ กบข.บริหาร หรือจัดสิทธิสวัสดิการให้แก่ผู้ออมต่อ รวมถึงการพัฒนาทางเลือกการบริหารเงินหลังเกษียณ นายศรพล กล่าว

นายศรพล กล่าวว่า ผลสำรวจข้อมูลสมาชิก กบข.ที่จะเกษียณในปี 2569 ประมาณ 2 หมื่นคน พบว่าส่วนใหญ่ (39%) จะรับเป็นเงินก้อน ซึ่งอยู่ในช่วงประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ขณะที่พบว่าหนี้สินของข้าราชการ เฉลี่ยอยู่ที่คนละ 1.8 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อสมาชิก กบข.ที่เกษียณและเลือกรับเป็นเงินก้อน ส่วนใหญ่ก็จะนำเงินไปใช้หนี้

ทั้งนี้ กบข. มีดัชนีวัดเป้าหมายทางการเงิน ณ วันเกษียณ โดยจากผลการสำรวจพบว่า สมาชิกที่เกษียณส่วนใหญ่ 73% ใน 1.2 ล้านคน ยังอยู่ระดับต่ำกว่า P75 (ระดับดี ที่มีเงินใช้หลังเกษียณเฉลี่ย 37,000 หมื่นบาท/เดือน) นอกจากนี้ ยังพบว่าสมาชิก กบข. ออมช้าลง จากเดิมการเข้าเป็นสมาชิก กบข. อายุแรกเข้าที่พบมาก 24 ปี กลายเป็น 29 ปี ส่งผลให้เวลาสะสมเงินสั้นลง หายไป 5-6 ปี

ส่วนแนวโน้มเรื่องการออมนั้น พบว่าสมาชิก กบข. 35% หรือ 447,886 ราย มีการออมเพิ่ม ขณะที่อีก 65% หรือ 832,396 ราย ไม่ได้มีการออมเพิ่มแต่อย่างใด โดยอัตราการออมที่พบมากสุดอยู่ในช่วง 1-3% มีจำนวนสมาชิก 202,082 คน หรือคิดเป็น 47% ขณะที่อัตราการออมที่ระดับ 27% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนั้น มีจำนวนสมาชิกเพียง 35,391 คน หรือคิดเป็น 8% เท่านั้น

สำหรับแผนการลงทุน พบว่า แนวโน้มที่เห็นสมาชิกไม่เลือกแผนการลงทุนเอง มีถึง 65% ขณะที่มีเพียง 35% ที่เลือกปรับแผนการลงทุนด้วยตัวเอง นอกจากนี้ หลังเกษียณไปแล้ว (ข้อมูล มิ.ย.69) พบว่า ยังมีผู้ที่ออมต่อกับ กบข. 8,153 คน เพิ่มขึ้นจากปี 68 จำนวน 67 ราย หรือประมาณ 0.8%

สำหรับเหตุผลสมาชิกขอเลือกรับเงินกองทุน เนื่องจากมีภาระหนี้สินหรือภาระค่าใช้จ่าย 57.5% รองลงมา กังวลเรื่องความผันผวน 41.3% และต้องการใช้เงินก้อน 38.5% แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องอาจจะโดนมิจฉาชีพหลอกหมดตัว ซึ่งมีสถิติเพิ่มขึ้น 23% ในช่วงอายุ 60-74 ปี ความเสียหายรวมหลักหมื่นล้านบาท

ส่วนการปรับแผนการลงทุนของสมาชิกนั้น นายศรพล มองว่า สมาชิกแต่ละคนมีการเลือกแผนการลงทุนที่ไม่เหมือนกัน และไม่มีแผนตายตัวที่สำเร็จ แต่ข้อมูลจากค่าเฉลี่ยพบว่า สมาชิกมีการปรับแผนประมาณ 3-4 ครั้งต่อปี แต่หากมีเวลาไม่มาก ก็ให้เลือกแผน life patch ในการดูแลสินทรัพย์ได้

นายศรพล กล่าวต่อว่า จากผลตอบแทน กบข. ในสัดส่วนแผนหุ้นไทย 34.69% พบว่า สมาชิกกบข. มีการปรับแผนเข้าสู่หุ้นไทยจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะในเดือน ก.ค.69 เงินที่มีการปรับแผนเกือบ 40% โดยนำมาลงทุนในหุ้นไทย ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่า สมาชิกให้ความมั่นใจกับหุ้นไทย

แม้ภาพรวมตลาดหุ้นไทยจะให้ผลตอบแทนที่ดี และมีโอกาสที่หุ้นไทยยังโตต่อได้ แต่อยากให้สมาชิกลงทุนกระจายในหลายสินทรัพย์ อยากให้มองระยะยาว เลขาธิการ กบข. กล่าว

สำหรับนโยบายรัฐบาลที่มีแนวคิดไม่บรรจุข้าราชการเพิ่ม จะมีผลกระทบต่อกองทุน กบข.หรือไม่นั้น นายศรพล กล่าวว่า หากเป็นการสมัครใจเกษียณราชการก่อนกำหนด (เออรี่รีไทร์) กฏหมายปัจจุบันยังสามารถเปิดให้ออมต่อได้ แต่สิ่งที่ต้องทำคือ การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ส่วนในอนาคต หากมีผู้รับราชการน้อยลงนั้น แต่มีการปรับฐานเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นนั้น เชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหา ไม่ว่าจำนวนสมาชิกจะมีเท่าไร กบข.ก็พร้อมบริหารจัดการกองทุนอย่างดีที่สุด

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ