สำนักงานกิจการผู้บริโภคของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (1 ก.ย.) ว่า มีแผนนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้วิเคราะห์เรื่องร้องเรียนที่ส่งมายังศูนย์ให้คำปรึกษาผู้บริโภคทั่วประเทศ เพื่อตรวจจับกลโกงในการขายและการลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
สำนักงานฯ ตั้งเป้าตรวจจับกลโกงต่าง ๆ เช่น แชร์ลูกโซ่ (ผู้ดำเนินการนำเงินจากผู้ลงทุนรายใหม่ มาจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนรายก่อนหน้า โดยไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุนจริง) ทั้งยังมีแผนแบ่งปันข้อมูลกับตำรวจและสถาบันการเงินอีกด้วย
ทางสำนักงานฯ จะใช้แพลตฟอร์ม AI ที่พัฒนาโดยรัฐบาล ซึ่งเรียกว่า Genai โดยป้อนถ้อยคำที่ใช้ในการชักชวนจากคดีฉ้อโกงการลงทุนขนาดใหญ่ในอดีตเข้าสู่ระบบ จากนั้นจึงวิเคราะห์เรื่องร้องเรียนใหม่ ๆ อย่างละเอียด เพื่อระบุรูปแบบการหลอกลวงที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ที่ผ่านมานั้น สำนักงานฯ มักเริ่มตรวจสอบธุรกิจต่าง ๆ ก็ต่อเมื่อมีเรื่องร้องเรียนสะสมถึงจำนวนหนึ่งแล้ว จากนั้นจึงพิจารณาออกคำเตือนหรือกำหนดบทลงโทษภายใต้กฎหมายคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค
แชร์ลูกโซ่มักหลุดรอดจากการถูกตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากในช่วงแรกผู้ดำเนินการมักจ่ายผลตอบแทนและเปิดโอกาสให้ยกเลิกได้ หรือมักยอมให้ยกเลิกหรือคืนเงินเมื่อเริ่มมีการร้องเรียน ดังนั้น กว่าเรื่องร้องเรียนจะสะสมจนถึงระดับที่เพียงพอต่อการดำเนินการ ความเสียหายก็มักเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำมาใช้ในการฉ้อโกงการลงทุนก็มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น โดยครอบคลุมตั้งแต่เครื่องมือทางการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การฝากซื้อหรือเช่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อรับผลตอบแทน และอีกมากมาย ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจลักษณะที่แท้จริงของธุรกิจเหล่านี้ได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
ท่ามกลางแนวโน้มดังกล่าว สำนักงานฯ ระบุว่าจะปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงาน โดยจะเร่งเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการชักชวนที่มีลักษณะเฉพาะ และแบ่งปันข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตำรวจ แม้ในขณะนั้นจะยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้ก็ตาม นอกจากนี้ หลังจากเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะแล้ว ทางสำนักงานฯ จะยังคงพิจารณาออกคำเตือนที่ระบุชื่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช