นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นายนิติธร ล้ำเหลือ นอกจากนี้ยังมี ทราย สิรณัฐ สก๊อต เข้าร่วมการชุมนุมด้วย พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย อาคารโอเชี่ยน ทาวเวอร์ 2 ถนนสุขุมวิท 21 เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย
ทั้งนี้ นายสนธิ สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวสกรีนข้อความ เอาประเทศไทยของเราคืนมา ได้ขึ้นรถขยายเสียง พร้อมอ่านแถลงการณ์ เรียกร้องมายังสถานเอกอัครราชทูตและรัฐบาลอิสราเอล ดังนี้
1. ควบคุมพลเมืองของตนเองทันที บังคับใช้มาตรการอบรมและกำชับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลทุกคนที่จะเดินทางมาประเทศไทย ให้เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และคนท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด
2. ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานไทยอย่างเต็มที่ ในการดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อพลเมืองอิสราเอลที่ก่ออาชญากรรมหรือสร้างความเดือดร้อน โดยไม่มีการใช้สิทธิทางการทูตมาแทรกแซง
3. เปิดเผยและโปร่งใสในการตรวจสอบที่ดินและองค์กร ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการตรวจสอบการครอบครองที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการดำเนินงานของศูนย์ Chabad และองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายใต้กฎหมายไทยอย่างตรงไปตรงมา
4. ส่งสารนี้ถึงรัฐบาลอิสราเอล ส่งสารแห่งความไม่พอใจอย่างรุนแรงนี้ไปยังกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลอิสราเอล ให้ยุติการกระทำอันเหี้ยมโหดต่อพลเรือน โรงพยาบาล และโรงเรียนและปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศโดยทันที
โปรดจำไว้ว่า คนไทยให้เกียรติผู้มาเยือนเสมอ แต่แขกต้องเคารพเจ้าของบ้าน หากผู้ใดเข้ามาแล้วละเมิดกฎหมาย ก่อความวุ่นวาย หรือแสดงท่าทีคุกคามความสงบสุขของประชาชน และต้องการครอบครองดินแดนของประเทศไทย ประชาชนไทยมีสิทธิและพร้อมที่จะลุกขึ้นมาปกป้องบ้านของตัวเองด้วยทุกมาตรการที่มี ด้วยความกล้าหาญ ด้วยความเสียสละ เพื่อศีลธรรม และ ความมีศักดิ์ศรีของคนไทย
ความเป็นมิตรของเราไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใครมากร่าง และ ความอดทนของคนไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร แจ้งหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณ ซอยสุขุมวิท 21 แยก 3 เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมสาธารณะ และมีการ ปิดการจราจรโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวได้ตามปกติ
สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางเข้า-ออกอาคารสำนักงานภายในซอยสุขุมวิท 21 แยก 3 แนะนำให้ใช้เส้นทาง ซอยสุขุมวิท 21 แยก 1 ทดแทน
*เริ่มบริบทแรก ก่อนเดินสายทั่วประเทศ
จากนั้น นายสนธิ ได้กล่าวกับผู้มาชุมนุมว่า วันนี้พวกเรามากันถูกเยาะเย้ยว่าเป็นม็อบน้ำหมากกระจาย วันนี้เป็นบริบทแรกของการต่อสู้ภาคประชาชน โดยจากนี้จะเดินสายพบปะประชาชนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
ส่วนจะดึงพันธมิตรเก่ามาร่วมชุมนุมหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า ไม่ต้องเลย เพราะวันนี้สีธงชาติ จะเสื้อแดงหรือเสื้อสีอะไร ขอเพียงมีจุดยืนเหมือนตน อยากเรียกร้องให้กดดันรัฐบาล ให้บริหารประเทศด้วยหลักนิติรัฐ นิติธรรม และมีความโปร่งใสในการทำงาน
วันนี้ถือเป็นวันแรกที่ลงถนน รู้สึกถึงพลังการต่อสู้ของคนที่นี้ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ พร้อมกับย้ำว่า ที่มาวันนี้ไม่ได้มาล้มรัฐบาล แต่หากรัฐบาลทำไม่ดี ก็อยู่ไม่เป็นสุข เพราะหากเรื่องไม่ดีอะไรขึ้นมา ก็จะไปประท้วงเรื่องนั้น นายสนธิ กล่าว
-วันที่ 13 ก.ย.นี้ จะเดินทางไปที่จ.จันทบุรี เพื่อไปช่วยคัดค้านโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ซึ่งมี สส.พรรคภูมิใจไทย 3 คน แต่กลับไม่ทำอะไรเพื่อคนจันทบุรีเลย
-วันที่ 26 ก.ย.จะไปที่หาดใหญ่ และไปต่อที่ภูเก็ต และชลบุรี ไปพื้นที่ของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะสส.ชลบุรี พร้อมกับมีกำหนดเดินทางไปยังจ.ขอนแก่นด้วย เพื่อเป็นการเดินสายไปทั่วประเทศ
*จับตา 14 ก.ย. ขู่ยกระดับชุมนุมใหญ่
นายสนธิ กล่าวว่า รัฐบาลนี้กำลังมีวิกฤต 2 ช่วง คือ วันที่ 14 ก.ย. ที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการพิจารณาเรื่อง ฮั้วสว. และวันที่ 28 ก.ย. ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
ถ้า 14 ก.ย.นี้ออกมาสวนทางกับสิ่งที่ประชาชนเห็น ผมชุมนุมแน่นอน ไม่ 18 ก็ 19 ก.ย14 ก.ย.ถ้ากกต.เบี้ยว ผมก็จะระดม เชิญทุกคนในประเทศไทยที่เห็นด้วยกับผมมาชุมนุมใหญ่กัน ต้องเรื่องใหญ่นายสนธิ กล่าว
ส่วนเหตุที่ไม่ลงพื้นที่จ.บุรีรัมย์ นั้น นายสนธิ ชี้แจงว่า พื้นที่จ.บุรีรัมย์มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ผูกขาดอยู่แล้ว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน