ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 2.5% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 2.0% เนื่องจากเศรษฐกิจไทย ได้แรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชน ที่เร่งตัวต่อเนื่อง 5 ไตรมาส ตลอดจนการส่งออกที่ยังขยายตัวได้อีก พร้อมปรับประมาณการส่งออกไทยปีนี้ เพิ่มเป็น 17.8% จากเดิมคาด 8.8% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั้งปี คาดว่าอยู่ที่ 1.8%
นายวิเชียร แก้วสมบัติ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ กำลังฟื้นตัวแบบ K-shape ซึ่งมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว โดยผลประโยชน์ (K ขาบน) จะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มไฮเทค เซมิคอนดักเตอร์ และดิจิทัลอินฟราสตรักเจอร์ แต่ไม่กระจายลงไปถึงระดับฐานราก ส่วน K ขาล่าง คือ กลุ่ม SMEs, อุตสาหกรรมดั้งเดิม, อสังหาริมทรัพย์ และภาคเกษตร ที่ยังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน ในขณะที่หนี้ครัวเรือนต่อ GDP ยังอยู่ในระดับสูงที่ 85.9% ถือว่าสูงสุดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)
อย่างไรก็ดี ประเมินว่า แรงหนุนด้านเทคโนโลยี ยังคงมีโมเมนตัมต่อเนื่องตลอดช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เนื่องจากยังมีสัญญาณเชิงบวกต่อเนื่อง โดยดูจากไปป์ไลน์การลงทุนศูนย์ข้อมูล และการอนุมัติของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่าแรงหนุนด้านการลงทุนเทคโนโลยีในไทย ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัวในระยะสั้น นอกจากนี้ กลุ่มผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI ในภูมิภาค รวมถึงไทย ยังคงได้อานิสงส์จากอุปสงค์ AI ทั่วโลกที่ขยายตัวต่อเนื่อง
โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังมีความไม่แน่นอนหลักที่อาจส่งผลต่อ GDP ได้แก่
- ผลการไต่สวน US Section 301 กรณี Structural Excess Capacity ซึ่งผลการไต่สวนของสหรัฐฯ จะกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- ความยั่งยืนของวัฏจักรลงทุน AI/Hyperscaler ซึ่งหากกลุ่มนี้ชะลอแผนลงทุน จะส่งผลให้คำสั่งซื้อ หรือการลงทุนใหม่ที่ไทยได้รับจะลดลง
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจากการปะทะรอบใหม่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงกว่าที่คาด ซึ่งสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อนี้ มีผลกดดันต้นทุนพลังงาน และเงินเฟ้อ
- จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 69 หากจำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 32.5 ล้านคน อาจจะฉุดรายได้ภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการบริโภคในประเทศ
นายวิเชียร ยังได้ประเมินเศรษฐกิจไทยเบื้องต้นในปี 70 ว่ามีโอกาสขยายตัวได้ 2-3% โดยการส่งออกสินค้าขยายตัวในช่วง 5.4-9.4% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ 0.8-1.4% ซึ่งภาพรวมยังมีแรงส่งจากวัฎจักรเทคโนโลยี AI โลก ที่ช่วยหนุนทั้งภาคการส่งออก และการลงทุน รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
โดยปัจจัยบวกที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี 2570 ได้แก่
- วัฎจักรการลงทุน AI โลก ซึ่งยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น
- อุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกยังแข็งแกร่ง หนุนภาคการส่งออกไทยที่พึ่งพากลุ่มเทคโนโลยีเป็นเครื่องยนต์หลัก
- การลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ยังไหลเข้าต่อเนื่อง โดยพบว่าโครงการยื่นขอรับส่งเสริมลงทุนในกลุ่มดิจิทัล, Data Center ยังอยู่ในระดับสูง
- รัฐบาลเร่งอนุมัติการลงทุน ผ่าน Thailand FastPass ซึ่งช่วยดึงดูดโครงการลงทุนขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง
- การท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวดี และกลับมาขยายตัวแรงขึ้น
ขณะที่ยังมีปัจจัยลบที่จะฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยปี 70 ที่ต้องติดตาม ได้แก่
- เศรษฐกิจแบบ K-shape ยังยืดเยื้อ ภาค SMEs ครัวเรือนเปราะบาง ภาคเกษตร และอสังหาริมทรัพย์ ฟื้นตัวช้า
- ความเสี่ยงจากกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ มาตรา 301 และอาจจะมีประเด็นอื่น ๆ ตามมา
- ความเสี่ยงจากปัญหาสินค้าสวมสิทธิ์ (Transshipment) โดยไทยถูกจัดอยู่ใน Tier 2 หรือกลุ่มเชื่อมโยงสูงกับห่วงโซ่การผลิตของจีน
- หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ในระดับสูง ภาวะสินเชื่อตึงตัว ซึ่งส่งผลกดดันต่อกำลังซื้อ และการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs
- ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน