เฝ้าระวังฝนกระหน่ำหลายพื้นที่ทั่วไทย 11-13 ก.ย.นี้

ข่าวทั่วไป Friday September 11, 2026 09:59 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นประธานการประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก วานนี้ (10 ก.ย.) โดยที่ประชุมเน้นย้ำการเฝ้าระวัง ฝนตกหนักมากช่วงวันที่ 11-13 กันยายน บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนลดลง

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกต่อเนื่อง เฝ้าระวังฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก วางแผนการเดินทางอย่างระมัดระวัง และติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณีพบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง เพิ่มเติม ในช่วงวันที่ 11 13 กันยายน 69 ดังนี้

*พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน) จังหวัดเชียงราย (อำเภอแม่ลาว เมืองเชียงราย ป่าแดด เวียงชัย แม่สาย และเทิง) จังหวัดสุโขทัย (อำเภอศรีสัชนาลัย) จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอศรีเทพ วิเชียรบุรี และน้ำหนาว)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย (อำเภอภูกระดึง ท่าลี่ และภูหลวง) จังหวัดขอนแก่น (อำเภอภูผาม่าน น้ำพอง เวียงเก่า และสีชมพู) จังหวัดชัยภูมิ (อำเภอเทพสถิต เมืองชัยภูมิ และบำเหน็จณรงค์) จังหวัดร้อยเอ็ด (อำเภอสุวรรณภูมิ) จังหวัดอุบลราชธานี (อำเภอนาจะหลวย)

ภาคกลาง จังหวัดลพบุรี (อำเภอลำสนธิ)

ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี (อำเภอศรีราชา)

ภาคตะวันตก จังหวัดราชบุรี (อำเภอสวนผึ้ง) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อำเภอสามร้อยยอด และบางสะพานน้อย)

ภาคใต้ จังหวัดชุมพร (อำเภอเมืองชุมพร หลังสวน และทุ่งตะโก) จังหวัดระนอง (อำเภอกะเปอร์) จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอบ้านนาสาร และเกาะพะงัน) จังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอพิปูน หัวไทร และฉวาง) จังหวัดภูเก็ต (อำเภอถลาง และเมืองภูเก็ต) จังหวัดพัทลุง (อำเภอศรีบรรพต)

จังหวัดตรัง (อำเภอกันตัง เมืองตรัง ห้วยยอด และนาโยง) จังหวัดสงขลา (อำเภอระโนด) จังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตูล ท่าแพ และละงู) จังหวัดนราธิวาส (อำเภอสุคิริน และแว้ง)

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

1. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ

2. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำและ อิทธิพลของการขึ้น ลง ของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก

3. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที

4. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

โดย รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ