ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง แห่งเกาหลีใต้ ออกโรงเรียกร้องให้สหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ เพื่อแลกกับการที่รัฐบาลเปียงยางจะยอมระงับโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไว้ที่ระดับปัจจุบัน พร้อมเตือนว่าภาวะชะงักงันในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงเกินกว่าจะปล่อยทิ้งไว้
หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ (NYT) รายงานในวันนี้ (22 ก.ย.) โดยอ้างบทสัมภาษณ์ของผู้นำเกาหลีใต้ว่า
ผมเชื่อว่าข้อตกลงแลกเปลี่ยนระหว่างมาตรการคว่ำบาตรซึ่งเอาเข้าจริงก็แทบไม่ได้ผลอะไรอยู่แล้วกับการให้เกาหลีเหนือยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มเติม รวมถึงเทคโนโลยีขีปนาวุธทิ้งตัวข้ามทวีป (ICBM) นั้น ถือว่ามีคุณค่าและคุ้มค่าอย่างยิ่ง
ปธน.อีระบุเพิ่มเติมว่า การดึงดันมุ่งเป้าไปที่การทำให้ปลอดอาวุธนิวเคลียร์ทันทีในสถานการณ์ปัจจุบัน ย่อมไม่มีทางบรรลุผลได้ แต่หากสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อระงับโครงการอาวุธนิวเคลียร์ไว้ได้ก่อน ทั้งสองฝ่ายจะสามารถค่อย ๆ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันผ่านสิ่งจูงใจและการประนีประนอมต่างตอบแทน ซึ่งจะนำไปสู่การโน้มน้าวให้เกาหลีเหนือปรับลดคลังแสงนิวเคลียร์ลงได้ในท้ายที่สุด
ผู้นำเกาหลีใต้เตือนว่าภาวะทางตันในปัจจุบันเต็มไปด้วยความเสี่ยง โดยอ้างอิงการประเมินของฝ่ายความมั่นคงเกาหลีใต้ที่ระบุว่า เกาหลีเหนืออาจมีขีดความสามารถ หรือกำลังผลิตหัวรบนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นปีละ 10 ถึง 20 ลูก
ทันทีที่เกาหลีเหนือเชื่อมั่นว่าตนสะสมอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธไว้มากพอที่จะการันตีความอยู่รอดได้แล้ว เขาก็อาจคิดที่จะส่งออกอาวุธเหล่านี้เพื่อหาเงินเข้าประเทศ นั่นจะเป็นช่วงเวลาที่อันตรายอย่างแท้จริง ปธน.อีกล่าวเตือน
คณะทำงานของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบาย จากเดิมที่ยึดหลัก การทำให้ปลอดอาวุธนิวเคลียร์ต้องมาก่อน (Denuclearization First) มาเป็นแนวทาง สันติภาพต้องมาก่อน (Peace First) โดยนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่ผ่านมา ปธน.อีได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะเคารพระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือ และมุ่งแสวงหาหนทางการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลียังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน หลัง คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ประกาศละทิ้งนโยบายรวมชาติ พร้อมระบุว่าเกาหลีใต้คือรัฐปรปักษ์อันดับหนึ่ง และสั่งเสริมกำลังป้องกันตามแนวหน้าชายแดนอย่างเข้มข้น
ด้านความเคลื่อนไหวจากฝั่งสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพยายามผลักดันให้เกิดการประชุมสุดยอดรอบใหม่กับ คิม จองอึน ซึ่งผู้นำเกาหลีใต้ระบุว่าตนพร้อมและยินดีสนับสนุนให้การเจรจาดังกล่าวเกิดขึ้น
ทั้งนี้ ปธน.อีมีกำหนดนำเสนอวิสัยทัศน์ว่าด้วยสันติภาพและการอยู่ร่วมกันบนคาบสมุทรเกาหลีต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ณ นครนิวยอร์ก ในสัปดาห์นี้
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช