แบงก์ชาติอินโดนีเซียคงดอกเบี้ย 5.75% ประเดิมนัดแรกผู้ว่าฯ หญิงคนแรก ท่ามกลางแรงกดดันค่าเงิน-การเมือง

ข่าวต่างประเทศ Wednesday September 23, 2026 16:14 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.75% ตามความคาดหมายของตลาด ในการประชุมวันนี้ (23 ก.ย.) ซึ่งเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการนัดแรกภายใต้การนำของ เดสตรี ดามายันตี ผู้สร้างประวัติศาสตร์ก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางหญิงคนแรกของประเทศ

คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากข้ามคืน (Deposit Facility) ไว้ที่ 4.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมสภาพคล่อง (Lending Facility) ที่ 6.50%

ทั้งนี้ เดสตรีระบุในการแถลงข่าวแบบพบหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกในรอบปีครึ่งว่า การตรึงดอกเบี้ยรอบนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพแก่ค่าเงินรูเปียห์ ควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบ และช่วยประคับประคองการเติบโตของเศรษฐกิจ

ในวันนี้ ค่าเงินรูเปียห์แข็งค่าขึ้นตั้งแต่ก่อนทราบผลการตัดสินใจ และขยับแข็งค่าต่อเนื่องหลังการประกาศมติจนบวกขึ้น 0.36% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ผ่านมาธนาคารกลางต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยรวม 100 bps (1 จุดเปอร์เซ็นต์) ผ่านการปรับขึ้น 3 ครั้ง ในช่วงเดือนพ.ค. ถึงมิ.ย. เพื่อสกัดค่าเงินที่ร่วงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

แม้เงินรูเปียห์จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้าง แต่กลับมาเผชิญแรงกดดันให้อ่อนค่าอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มภาระทางการคลัง ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น

อนึ่ง เดสตรีผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการฯ เมื่อต้นเดือนก.ย. ที่ผ่านมา หลังทำหน้าที่รักษาการในการประชุมรอบเดือนส.ค. ซึ่งมีมติคงดอกเบี้ยเช่นกัน ต่อจากการลาออกกะทันหันของ เพอร์รี วาร์จิโย อดีตผู้ว่าการฯ เมื่อปลายเดือนก.ค.

การพ้นตำแหน่งของวาร์จิโยจุดกระแสวิตกเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง หลังจากประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แต่งตั้งหลานชายตนเองเข้ารับตำแหน่งระดับสูง และรัฐสภาได้แก้กฎหมายขยายพันธกิจของธนาคารกลางให้รวมถึงการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย แม้ว่าตัวเดสตรีจะได้รับความเชื่อมั่นและเสียงตอบรับเชิงบวกจากตลาดก็ตาม

นอกจากปัจจัยทางการเมือง ตลาดการเงินอินโดนีเซียยังเผชิญปัญหาเงินทุนต่างชาติไหลออก อันเนื่องมาจากความกังวลด้านวินัยการใช้จ่ายงบประมาณ ปัญหาความโปร่งใสในตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุนจากสงครามในตะวันออกกลางและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก

อย่างไรก็ดี ภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศยังถือว่ามีเสถียรภาพ โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนส.ค. เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 3.19% แต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1.5-3.5% ของธนาคารกลาง จากอานิสงส์เงินอุดหนุนพลังงานของรัฐบาล ขณะที่ธนาคารกลางยังคงประมาณการการเติบโตของ GDP ปี 2569 ไว้ที่ 4.9-5.7% และปรับเพิ่มคาดการณ์ปี 2570 ขึ้นเล็กน้อยเป็น 5.2-6.0%

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ