ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 352.10 จุด กังวลราคาน้ำมัน-บอนด์ยีลด์พุ่ง

ข่าวต่างประเทศ Thursday September 24, 2026 06:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (23 ก.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ รวมทั้งความวิตกกังวลว่าสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจยืดเยื้อ หลังจากประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ประกาศกลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐ

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,511.59 จุด ลดลง 352.10 จุด หรือ -0.68%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,706.03 จุด ลดลง 58.61 จุด หรือ -0.75%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,936.04 จุด ลดลง 308.24 จุด หรือ -1.13%

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้นเกือบ 4% หลังจากปธน เปเซชเคียนกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม UNGA ที่นครนิวยอร์กในวันพุธว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ พร้อมกับกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นผู้เปิดฉากโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านอย่างผิดกฎหมาย โดยความเคลื่อนไหวของปธน.อิหร่าน เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าเขาอาจจะ ทำลายล้าง อิหร่าน

ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยเอสแอนด์พี โกลบอลระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือนก.ย.ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 58.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี จากระดับ 56.0 ในเดือนส.ค.

การพุ่งขึ้นของดัชนี PMI ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งขึ้นทะลุระดับ 5% แตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี และเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนต.ค.

ตลาดยังถูกกดดันหลังจากไมเคิล บาร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดกล่าวในวันพุธว่า เขาคาดว่าเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยระบุว่า ตลาดแรงงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงมีความแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเรา และยังไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะกลับเข้าสู่เป้าหมายภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 77% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. และให้น้ำหนักมากถึง 95% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารร่วงลง 1.89% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคร่วงลง 1.88% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น 1.04%

หุ้น Meta Platforms ปรับตัวขึ้น 1% ส่งผลให้ยอดบวกในสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้นเป็น 12% หลังบริษัทเปิดตัวผู้ช่วย AI ที่ชื่อ Muse ซึ่งสามารถส่งอีเมล ประกาศขายรถยนต์ และจองตั๋วเดินทางแทนผู้ใช้ได้เองโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า แม้ผู้ช่วย AI ที่ชื่อว่า Muse จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี แต่ตลาดกังวลว่า Muse อาจเข้ามาแข่งขันกับแพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์ โบรกเกอร์ออนไลน์ และธุรกิจจองการเดินทางออนไลน์ โดยล่าสุด บริษัท Amazon ได้ทำการบล็อกไม่ให้ผู้ช่วย AI ตัวนี้เข้ามาทำรายการชอปปิงบนแพลตฟอร์มของบริษัท

หุ้น Expedia ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านการเดินทางออนไลน์ และหุ้น Airbnb แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับจองที่พัก ต่างก็ดิ่งลงกว่า 7%

หุ้น Alphabet ซึ่งบริษัทแม่ของ Google ร่วงลง 3.8% ขณะที่หุ้น Amazon ร่วงลง 2.2% ส่วนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ปรับตัวลง 1.2% นำโดยหุ้น Nvidia ร่วงลง 1.5%

นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน และปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว โดยคาดว่าการเจรจาของผู้นำทั้งสองจะเน้นหนักใน 3 ประเด็น ซึ่งได้แก่ประเด็นการค้า ไต้หวัน และเทคโนโลยี โดยเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นหัวใจสำคัญในการเจรจาประเด็นเทคโนโลยี

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์เปิดเผยว่า การประชุมสุดยอดอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้นในเช้าวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) และสิ้นสุดในช่วงเย็นวันศุกร์ (25 ก.ย.) นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์จะจัดงานเลี้ยงรับรองเพื่อต้อนรับปธน.สี โดยเชิญผู้นำภาคธุรกิจของสหรัฐ เข้าร่วมด้วย ซึ่งรวมถึงเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase, เจน เฟรเซอร์ ซีอีโอของ Citigroup, แซม อัลต์แมน ผู้บริหารของ OpenAI และเจนเซน หวง ผู้บริหารของ Nvidia

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ