ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) หลังราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความหวังที่ลดลงเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายปี และกดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 636.43 จุด ลดลง 3.49 จุด หรือ -0.55%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,081.43 จุด ลดลง 41.98 จุด หรือ -0.52%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,266.53 จุด ลดลง 144.10 จุด หรือ -0.57%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,679.99 จุด ลดลง 25.27 จุด หรือ -0.24%
เจ้าหน้าที่อิหร่านได้ติดต่อกับผู้แทนสหรัฐฯ นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ แต่ทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณว่ามีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยในการยุติความขัดแย้ง
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ยังไม่ควรคาดหวังว่าจะมีทางออกอย่างรวดเร็วสำหรับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีจุดยืนแข็งกร้าวและความแตกต่างระหว่างกันไม่สามารถประนีประนอมกันได้
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 หลังจากร่วงลงติดต่อกัน 5 วัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังยืนเหนือระดับสำคัญที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
หุ้นกลุ่มพลังงานของยุโรปปรับตัวขึ้น 1.1% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในครัวเรือนปรับตัวขึ้น 0.7% และ 0.2% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ ซึ่งโดยปกติถือเป็นหุ้นกลุ่มปลอดภัยปรับตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่น
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 1.6% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มบริษัทด้านกลาโหม ลดลง 1.4%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงของยูโรโซน ทรงตัวที่ 3.611% ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 17 ปีที่ทำไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงเล็กน้อย โดยราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติม
อิซาเบล ชนาเบล สมาชิกคณะกรรมการบริหาร ECB ลาออกเพื่อไปรับตำแหน่งระดับสูงที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ส่งผลให้เกิดการปรับโครงสร้างภายในธนาคารกลาง
นักวิเคราะห์กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงสถานการณ์ในตลาดน้ำมันเท่านั้น แต่นักลงทุนในตลาดพันธบัตรยังมีความกังวลเกี่ยวกับระดับการกู้ยืมของรัฐบาลที่สูง การขาดดุลที่ยังคงอยู่ และปริมาณการออกพันธบัตรใหม่จำนวนมากที่กำลังรออยู่
อย่างไรก็ตาม เรากำลังเห็นตลาดหุ้นปรับฐานเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนหุ้นยังคงได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของผลประกอบการบริษัทที่อยู่ในระดับดี
นักลงทุนกำลังจับตาความคืบหน้าจากการประชุมสุดยอดที่กรุงวอชิงตันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ทั้งสองประเทศตกลงขยายเวลาการพักรบทางการค้าออกไปจนถึงวันที่ 10 ม.ค. 2570
คาดว่าผู้นำทั้งสองจะหารือในหลายประเด็น ตั้งแต่ไต้หวันและอิหร่าน ไปจนถึงความกังวลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช