ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดบวก $2.45 วิตกอุปทานชะงัก หลังฮูตีเปิดฉากถล่มซาอุฯ

ข่าวต่างประเทศ Friday September 25, 2026 06:51 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) หลังจากมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 2.45 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 94.61 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 3.52 ดอลลาร์ หรือ 3.4% ปิดที่ 106.60 ดอลลาร์/บาร์เรล

กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้ยิงขีปนาวุธโจมตีพื้นที่ในจังหวัดตาอิฟ ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย และจังหวัดยันบูซึ่งตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลแดง โดยแม้ว่ากองกำลังทหารของซาอุดีอาระเบียจะสามารถสกัดขีปนาวุธ 6 ลูกเอาไว้ได้ แต่สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและส่งผลให้อุปทานน้ำมันเผชิญภาวะชะงักงัน

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า สายการบินของอิหร่านถูกสั่งห้ามบินเข้าประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และโอมาน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ที่สหรัฐฯ ประกาศใช้กับอิหร่าน โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ประกาศว่า สายการบินของอิหร่านทั้งหมดจะไม่สามารถให้บริการได้ตั้งแต่วันพุธที่ 23 ก.ย. พร้อมกับกล่าวว่าสหรัฐฯ กำลังกดดันอิหร่านอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน และกำลังจัดการกับผู้สนับสนุนอิหร่านทั่วโลก เช่น การใช้มาตรการคว่ำบาตรธนาคารต่าง ๆ

ขณะที่อิหร่านประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า จะตอบโต้ประเทศเพื่อนบ้านที่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวของสหรัฐฯ ด้วยการทำให้สนามบินของประเทศเหล่านั้นไม่สามารถใช้งานได้

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ผู้เจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านในนิวยอร์กกำลังพิจารณาแนวทางยุติสงครามแบบเป็นขั้นตอน ซึ่งจะรวมถึงการที่อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน

นักลงทุนยังคงติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ หลังจากสำนักข่าว Politico รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังเตรียมแผนที่จะห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 90 วัน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดราคาพลังงานในประเทศ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย.

ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่า มาตรการดังกล่าวอาจผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกสูงขึ้น และท้ายที่สุดอาจกลับมาทำให้ต้นทุนต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นตามมา

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ