World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

ข่าวต่างประเทศ Friday September 25, 2026 07:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

  • ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนในเช้าวันนี้ (25 ก.ย.) หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเมื่อวานนี้ ท่ามกลางความกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจะเร่งเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ขณะที่นักลงทุนยังจับตาการประชุมระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนอย่างใกล้ชิด

    ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] เปิดตลาดบวก 0.2% สู่ระดับ 65,639.62 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มการเงิน ส่วนตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการวันนี้เนื่องในวันหยุดประจำชาติ

  • วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติคัดค้านญัตติ War Powers Resolution เมื่อวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) ซึ่งมีเป้าหมายให้ถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากการสู้รบกับอิหร่าน

    ทั้งนี้ ญัตติดังกล่าวไม่ผ่านความเห็นชอบ หลังวุฒิสภาลงมติสนับสนุน 49 เสียง และคัดค้าน 50 เสียง

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวชื่นชมมิตรภาพที่ยอดเยี่ยมระหว่างเขาและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ขณะที่ผู้นำจีนเริ่มการเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างกัน

    นับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรกของผมในปี 2016 ประธานาธิบดีสีและผมได้สร้างมิตรภาพขึ้นมา ซึ่งเป็นมิตรภาพที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง โดยสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์สำคัญของประชาชนของเรา ปธน.ทรัมป์กล่าว

    ด้านปธน.สีกล่าวว่า ผลประโยชน์ของจีนและสหรัฐฯ มีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง และการแข่งขันระหว่างทั้งสองประเทศ ควรเป็นการแข่งขันที่เหมาะสม และถูกควบคุมให้อยู่ในขอบเขต

  • สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเตรียมแผนห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 90 วันเพื่อควบคุมราคาดีเซลที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

    ทั้งนี้ ดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำคัญสำหรับภาคเกษตร รถไฟ และรถบรรทุก โดยราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐกำลังพุ่งทะลุ 6.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ขณะที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในอิหร่านและยูเครน

    สำนักข่าว Politico รายงานวานนี้โดยอ้างแหล่งข่าว 5 รายระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเตรียมแผนที่จะห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 90 วัน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดราคาพลังงานในประเทศ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย.

  • แอนนา พอลสัน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล

    เมื่อมองไปข้างหน้า หากสถานการณ์เป็นไปตามที่ดิฉันคาดไว้ การคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยก็อาจมีความเหมาะสม

    แม้ว่าในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา แรงกดดันด้านราคาเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงอยู่ที่ประมาณ 2.5-3% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดอย่างมาก และช่องว่างดังกล่าวก็แทบไม่มีสัญญาณว่าจะลดลง

  • นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ หลังการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดกล่าวสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

    ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 66.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 55.4% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

    นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 50.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือนธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนัก 41.7% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

  • กระทรวงการต่างประเทศโคลอมเบียเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) ว่า โคลอมเบียได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านอย่างเป็นทางการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.

    กระทรวงฯ ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามหลักการด้านนโยบายต่างประเทศของโคลอมเบียเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศและภูมิภาคซีกโลก รวมถึงการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ โดยคำนึงถึงข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลอิหร่านมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศและองค์กรอื่น ๆ ที่ถูกระบุว่าเป็นองค์กรค้ายาเสพติดและก่อการร้าย ซึ่งโคลอมเบียมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง

  • ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (25 ก.ย.)

    อังกฤษเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.จาก GfK

    เยอรมนีเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.จาก GfK

    สหรัฐฯ เปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือนก.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ