บล.อินโนเวสท์เอกซ์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 69 ณ นครนิวยอร์ก สภาธุรกิจสหรัฐฯอาเซียน (USABC) และหอการค้าสหรัฐฯ ได้จัดงานนำผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำเข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรีของไทย โดยรัฐบาลได้ตอกย้ำจุดยืนของไทยในการเป็นศูนย์กลางภูมิภาคและประตูสู่ตลาดอาเซียน 700 ล้านคน ท่ามกลางกระแสการแบ่งขั้วภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมเร่งสรุปเงื่อนไขข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ในช่วงสุดท้าย
นอกจากนี้ ไทยยังได้อำนวยความสะดวกในการลงทุนผ่านการปรับปรุงระบบ Thailand Fast Pass เพื่อลดอุปสรรคทางธุรกิจ ซึ่งช่วยหนุนให้มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วง H1/69 พุ่งแตะ 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+37% YoY) โดยตั้งเป้าผลักดันความสามารถในการแข่งขันของไทยติด 1 ใน 20 ของโลกภายในปี 73
ขณะที่ผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุถึงการขยายความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน พลังงาน และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ Superintelligence (SI) ซึ่งผู้บริหารสหรัฐฯ จำนวนมากยังมีกำหนดการเดินทางเยือนกรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปี World Bank-IMF ในเดือน ต.ค. นี้ด้วย
ขณะที่วานนี้ (24 ก.ย. 69) นายกรัฐมนตรียังได้เข้าเยี่ยมชมสำนักงาน Google ณ Pier 57 และหารือกับนาง Ruth Porat ซึ่งเป็น President & CIO ของ Alphabet และ Google โดย Google ยืนยันการลงทุนในพื้นที่ EEC จ.ชลบุรี ผ่านแผนพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และโครงการ Google Cloud Region ในกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) พร้อมแผนจัดตั้งสถาบัน Open Data เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานดิจิทัลและเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปไทย โดย Google ยืนยันการเป็นพันธมิตรระยะยาวกับประเทศไทย
InnovestX มองว่าการเจรจาการค้าและความคืบหน้าของ Thailand Fast Pass ตลอดจนความชัดเจนของเม็ดเงินลงทุนจริงระดับ 3.6 หมื่นล้านบาท จากยักษ์ใหญ่อย่าง Google จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างมีนัยสำคัญในการดึงดูด FDI กลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดให้ย้ายฐานและขยายการลงทุนมายังไทย โดยเฉพาะการพัฒนามาตรฐาน Green Data Center และเทคโนโลยี SI ที่จะเป็นตัวเร่งอุปสงค์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ได้แก่ Data Center, ระบบเครือข่ายคลาวด์, ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และอุปกรณ์โทรคมนาคม
นอกจากนี้ การพบปะหารือล่วงหน้ายังช่วยสร้างโมเมนตัมที่แข็งแกร่งและปูทางไปสู่การลงนาม MOU หรือข้อตกลงการลงทุนจริงในระหว่างการประชุมระดับโลก World Bank-IMF ที่กรุงเทพฯ ช่วงกลางเดือน ต.ค. นี้ ซึ่งจะช่วยหนุนบรรยากาศเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยใน ไตรมาส 4/69
Action: กลยุทธ์ลงทุน Selective Buy 3 ธีมเด่น รับอานิสงส์วัฏจักรลงทุนรอบใหม่
InnovestX มองว่าความชัดเจนในการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ที่เร่งตัวขึ้นใน 2H69 รวมถึงปัจจัยหนุนจากการจัดงานระดับโลก จะเป็นตัวเร่งให้เกิดวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ในประเทศ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy ใน 3 ธีมหลักที่คาดจะได้รับอานิสงส์บวก ดังนี้
- Investment Play ซึ่งคาดจะได้รับอานิสงส์โดยตรงจากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น ทั้งจากการขยายฐานการผลิต การขยายตัวของการลงทุน Data Center และคลาวด์ แผนการลงทุนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่กลับมาฟื้นตัว ได้แก่ กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC BGRIM GUNKUL) กลุ่มรับเหมา (STECON CK) และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (ADVANC TRUE INSET)
- Banking Re-rating Play ซึ่งมองว่ายังมี Upside และมีโอกาสถูก Re-rating จากการเติบโตของสินเชื่อที่เร่งตัวขึ้นตามวัฏจักรการลงทุนภาคเอกชนที่กำลังเริ่มต้นขึ้น และวงจรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่สิ้นสุดลง ได้แก่ BBL KBANK KTB
- Consumption Play ซึ่งระยะสั้นจะได้อานิสงส์จากยอดผู้ใช้บริการที่เร่งตัวขึ้นจากการเดินทางของคณะผู้บริหารสหรัฐฯ และผู้เข้าร่วมงานระดับโลกในงาน World Bank-IMF ในเดือน ต.ค. นี้ ขณะที่ระยะยาวจะได้ประโยชน์จากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW MINT) และกลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC CPN)