การส่งออกอาหารของอังกฤษลดลง 12% เมื่อเทียบรายปี ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แตะระดับต่ำสุดสำหรับช่วงครึ่งปีแรก นับตั้งแต่ปี 2564 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
ข้อมูลจากสหพันธ์อาหารและเครื่องดื่ม (FDF) ระบุว่า การส่งออกอาหารของอังกฤษลดลง 12% ในช่วงครึ่งแรกของปี ขณะที่การนำเข้ายังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อปีก่อน ส่งผลให้อังกฤษมีแนวโน้มพึ่งพาอาหารจากต่างประเทศมากขึ้น
FDF เตือนว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มอังกฤษกำลังถดถอย โดยอังกฤษขาดดุลการค้าอาหารและเครื่องดื่มสูงถึง 2.11 หมื่นล้านปอนด์ (2.79 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 25 ปี
คาเรน เบตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FDF ระบุในแถลงการณ์ว่า ในช่วงที่โลกเผชิญความขัดแย้งและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น ตัวเลขดังกล่าวทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหารของอังกฤษ
ผู้ผลิตอาหารอังกฤษยังเผชิญสภาพอากาศที่แปรปรวนขึ้น โดยฝนตกหนักในช่วงต้นปีเปลี่ยนเป็นภาวะแห้งแล้งในเวลาต่อมา ขณะที่อังกฤษมีแนวโน้มเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ นอกเหนือจากอุปสรรคทางการค้าที่เกิดขึ้นหลัง Brexit และการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ
มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ส่งผลให้ยอดขายอาหารและเครื่องดื่มของอังกฤษในตลาดสหรัฐฯ ลดลง 17% ขณะที่ความขัดแย้งกับอิหร่านส่งผลให้การส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ลดลงเกือบ 25%
สำหรับสินค้าสำคัญ การส่งออกปลาแซลมอนของอังกฤษในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงเกือบหนึ่งในสาม ขณะที่การส่งออกนมและครีมลดลง 13% เมื่อคิดตามมูลค่า
ทั้งนี้ FDF เรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษเร่งกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยการลดขั้นตอนด้านกฎระเบียบ และทำให้มาตรการยกเว้นภาษีเกิดประโยชน์ต่อผู้ผลิตอาหารในประเทศมากขึ้น
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช