นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา และ นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) จัดกิจกรรมรวมพลังแผ่นดินเอาประเทศไทยของเราคืนมา โดยได้เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อเวลา 10.00 น. เพื่อยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
นายสนธิ กล่าวว่า วันนี้ที่เดินทางมายื่นหนังสือ เพื่อต้องการสร้างแรงกระเพื่อมและเผยแพร่ข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้เห็นว่า องค์กรอิสระไม่มีความยุติธรรม ไม่มีศีลธรรม ไม่กล้าที่จะตัดสินใจ และถูกครอบงำด้วยพรรคการเมืองสีน้ำเงิน เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่า เราไม่เห็นด้วยกับการชี้มูลของ กกต. เพราะว่าความขัดแย้งระหว่าง กกต.เสียงข้างมาก จำนวน 5 เสียงกับกกต.เสียงข้างน้อย จำนวน 2 เสียงนั้น ในจำนวน 4 เสียง เป็นกกต.ที่ได้รับเลือกมาจากสว. ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความเห็นของกกต. ไม่มีความน่าเชื่อถือ
ขณะเดียวกันประธาน กกต.ก็มีพิรุธ เนื่องจากไม่ยอมใช้มาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ที่ระบุว่า ถ้ามีหลักฐานอันเชื่อได้ว่าผู้สมัครจะทำการทุจริต ให้กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และสิทธิรับสมัคร
นายสนธิ กล่าวต่อว่า ถ้าการเมืองเป็นแบบนี้ต่อไป พรรคภูมิใจไทยก็จะยึดครององค์กรอิสระหมดและสามารถฟอกขาวได้ทุกคดี ตนจึงอยากจะทวงคืนหลักนิติรัฐและนิติธรรมกลับคืนมา เพื่อให้องค์กรอิสระทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีความกล้าหาญ
ส่วนกรณีที่ กกต.อ้างว่าใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาจึงส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการฮั้วสว.แค่ 77 คนนั้น นายสนธิ ระบุว่า เรื่องนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะคณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 36 ที่มี ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ บิดเบือนข้อเท็จจริง จึงได้รับรางวัลโดยแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่
ทั้งนี้ มองสถานการณ์ในวันที่ 28 กันยายน ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยกรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งอย่างไร นายสนธิ กล่าวว่า ตนไม่กล้าเดา แต่ไม่ไว้ใจ ส่วนหากจะให้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ตนก็รู้สึกเฉยๆ เพราะวงจรอุบาทว์เกิดขึ้นแล้ว หากเลือกตั้งใหม่ก็ต้องพึ่งกกต. และหาก กกต.ชุดนี้ยังคงอยู่ เขาก็ต้องปกป้องพรรคสีน้ำเงินอยู่ดี ขณะเดียวกันก็ยังมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ช่วยฟอกขาวด้วย
นายสนธิ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันนี้ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทํางานของนายกรัฐมนตรี กําลังจะกลายเป็นผู้ต้องหาในเรื่องของการทุจริตสอบท้องถิ่น เพราะว่าทั้งนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจแล้วว่าจะตัดนายทองเจือทิ้ง โดยให้นายทองเจือรับไปก่อน เพื่อให้เรื่องทั้งหมดถูกส่งไปที่ ป.ป.ช. แล้วชี้มูลว่านายทองเจือไม่ผิด ซึ่งเป็นวิธีการตัดตอน
สำหรับหลังจากนี้จะมีการยกระดับการชุมนุมขึ้นหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า เราไม่ต้องการล้มเขา แต่ต้องการให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับหลักนิติรัฐนิติธรรม และการทุจริตคอร์รัปชัน โดยจะเดินสายไปยังจังหวัดต่างๆ โดยวันพรุ่งนี้ (26 ก.ย.) จะเดินทางไปที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเชื่อว่า จะมีประชาชนจากจ.ใกล้เคียง ไม่ว่าจะสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช มาร่วมฟังปราศรัยด้วย
จากนั้น นายนิติธร ล้ำเหลือ ได้อ่านแถลงการณ์ 12 ข้อ โดยย้ำว่า กกต. เป็นตัวกลางสำคัญที่ทำให้เกิดการทุจริตเลือกสว. ซึ่งไม่มีความสุจริตเที่ยงธรรม ก่อนมอบตัวแทนจำนวน 5 คน ยื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต. ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่บริเวณศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ได้มีการจัดเตรียมตำรวจจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ไว้จำนวน 1 กองร้อย 120 นาย เพื่อคอยอำนวยความสะดวก ตลอดจนรักษาความเรียบร้อยและดูแลความปลอดภัย
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน