ทางการกัมพูชาระบุว่า อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เป็น ตัวการใหญ่ ของเครือข่ายการหลอกลวงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ ท่ามกลางข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า มาตรการปราบปรามของรัฐบาลที่ผ่านมายังไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้ที่มีบทบาทรับผิดชอบหลักได้
ฉาย สินาริธ รัฐมนตรีอาวุโสและหัวหน้าสำนักเลขาธิการคณะกรรมการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ของรัฐบาลกัมพูชา ให้สัมภาษณ์แก่สำนักข่าวรอยเตอร์ ระหว่างการประชุมนานาชาติด้านการต่อต้านการหลอกลวง ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) ว่า การดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นตัวการใหญ่ ผู้สมรู้ร่วมคิด เจ้าของ ผู้ให้การสนับสนุน หรือผู้ให้ความคุ้มครอง ล้วนต้องใช้เวลาและต้องอาศัยพยานหลักฐานที่รัดกุม
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมความร่วมมือระหว่างประเทศจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ฉายกล่าว พร้อมระบุเสริมว่า ข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานต่างประเทศช่วยให้ทางการดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยได้บางส่วนแล้ว และการเปิดเผยข้อมูลการสืบสวนก่อนกำหนดอาจส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยหลบหนี
ในสัปดาห์นี้ กัมพูชาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วมกับผู้แทนจากกว่า 10 ประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ และจีน เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเครือข่ายการหลอกลวงทางไซเบอร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ฉายได้แถลงว่า กัมพูชาได้ปราบปราม นิคมสแกมเมอร์ แล้ว หลังจากดำเนินมาตรการมาเป็นเวลา 1 ปี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อสถานที่ที่เข้าตรวจค้นทั้งหมด ทำให้นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ปฏิบัติการดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อบุคคลระดับสูงหรือกลุ่มผู้ให้ความคุ้มครองเครือข่ายนี้
จอห์น วอจซิก นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ทีอาร์เอ็ม แล็บส์ (TRM Labs) กล่าวว่า
เป็นที่ชัดเจนว่านิคมขนาดใหญ่หลายแห่งยังคงเปิดดำเนินการอยู่ แม้ผู้ก่อการบางส่วนจะย้ายออกและกระจายตัวไปยังจุดปฏิบัติการขนาดย่อยแบบไม่รวมศูนย์ก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ระบบเครือข่ายการชำระเงิน เครือข่ายฟอกเงิน ตลอดจนกลุ่มผู้เอื้ออำนวยความสะดวกที่ค้ำจุนอุตสาหกรรมนี้ ยังคงดำเนินงานอยู่ในระดับกว้างขวางเช่นเดิม
ฉายกล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่กำลังขยายการสืบสวนไปยังเครือข่ายทางการเงินของ ปรินซ์ กรุ๊ป (Prince Group) กลุ่มธุรกิจในกัมพูชา ซึ่งทางการสหรัฐฯ ระบุว่ามีพฤติการณ์ดำเนินธุรกิจเพื่ออำพรางกิจกรรมการหลอกลวงออนไลน์และการฟอกเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช