ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันศุกร์ (25 ก.ย.) และยุติการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 สัปดาห์ หลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเกือบตลอดสัปดาห์ แม้นักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้น
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 638.65 จุด เพิ่มขึ้น 2.22 จุด หรือ +0.35%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,077.80 จุด ลดลง 3.63 จุด หรือ -0.04%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,408.64 จุด เพิ่มขึ้น 142.11 จุด หรือ +0.56%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,695.25 จุด เพิ่มขึ้น 15.26 จุด หรือ +0.14%
ดัชนี STOXX 600 ปิดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์เพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนส.ค. หลังจากดัชนีร่วงลงราว 3% ในช่วง 3 สัปดาห์ก่อนหน้า
ราคาน้ำมันปรับตัวลงอีกครั้งในวันศุกร์ หลังความหวังเกี่ยวกับการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีน้ำหนักมากกว่าความกังวลเกี่ยวกับการโจมตีซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี
แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่เจรจากำลังหารือแนวทางยุติสงครามแบบเป็นขั้นตอน ซึ่งจะรวมถึงการที่อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางดูเหมือนกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีความคืบหน้าเชิงบวกด้านการเจรจาและการบรรลุข้อตกลง แต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก เนื่องจากตลาดเคยเผชิญสถานการณ์ลักษณะนี้มาก่อน
หุ้นกลุ่มพลังงานลดลง 1.3% และเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด ขณะที่หุ้นสายการบินซึ่งอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Ryanair และ Lufthansa เพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการเพิ่มขึ้น 0.8%
หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่เป็นแรงหนุนสำคัญต่อตลาด โดยเพิ่มขึ้น 1.3% และเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 1.1%
หุ้น UBS เพิ่มขึ้น 3.5% หลัง Semafor รายงานว่า ธนาคารได้รื้อฟื้นการหารือเกี่ยวกับการถอนธุรกิจออกจากสวิตเซอร์แลนด์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในยูโรโซนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบยังอยู่ใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และสัญญาณจากธนาคารกลางที่มีแนวโน้มคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นสัปดาห์ช่วยให้ตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัว แม้แรงหนุนดังกล่าวจะเริ่มหมดไปในวันพุธ
นักวิเคราะห์กล่าวว่า หากไม่มีปัจจัยช็อกหรือเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่สร้างความประหลาดใจ ดัชนี STOXX 600 อาจยังค่อย ๆ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานอาจกดดันการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย และกลายเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น โดยธนาคารกลางยุโรปปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้วในเดือนนี้
ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีปรับตัวลงมากกว่าคาดก่อนเข้าสู่เดือนต.ค. เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อมุมมองรายได้ของครัวเรือน
ในบรรดาหุ้นรายตัว หุ้น Konecranes ของฟินแลนด์พุ่งขึ้น 7.4% ขึ้นเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังผู้ผลิตอุปกรณ์อุตสาหกรรมประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนและปรับเพิ่มเป้าหมายทางการเงิน
หุ้น Glencore พุ่งขึ้นราว 2% หลัง UBS ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้นจากถือเป็นซื้อ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช