การพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เมื่อวันที่ 24 ก.ย. มีบรรยากาศที่เป็นมิตร โดยผู้นำทั้งสองแสดงความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีต่อกัน แต่บรรดานักวิเคราะห์ในสหรัฐฯ มองว่า การประชุมครั้งนี้ยังเน้นภาพลักษณ์มากกว่าผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ผลลัพธ์สำคัญที่เกิดขึ้นจนถึงขณะนี้คือ การขยายเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 10 พ.ย. เป็นวันที่ 10 ม.ค. 2570 เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาข้อตกลงทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญหลายเรื่องยังไม่มีความชัดเจน ทั้งการลดภาษี การซื้อสินค้าเกษตรและเครื่องบินโบอิ้งจากสหรัฐฯ การส่งออกแร่หายากของจีน ความร่วมมือด้านความปลอดภัยของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดจนจุดยืนต่อไต้หวันและอิหร่าน
นักวิเคราะห์ยังมองว่า การประกาศเรื่องแพนด้ายักษ์ 2 ตัวที่จะเดินทางไปยังสวนสัตว์แอตแลนตา เป็นสัญญาณเชิงบวกด้านความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน แต่ไม่สามารถทดแทนการแก้ไขความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างสหรัฐฯ และจีนได้
ขณะเดียวกัน วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ทั้งจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครตยังคงวิจารณ์จีน โดยมีความกังวลเกี่ยวกับการขยายอิทธิพลในภูมิภาคและการเสริมกำลังทางทหารของจีน
นักวิเคราะห์มองว่า การพบกันครั้งนี้มีความสำคัญในแง่การรักษาช่องทางการสื่อสารและป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเลวร้ายลง แต่ปัญหาหลักด้านการค้า เทคโนโลยี แร่หายาก ไต้หวัน และอิหร่าน ยังคงต้องติดตามกันต่อไปจากการดำเนินการจริงหลังการประชุม
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช