ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (28 ก.ย.) โดยบรรยากาศการซื้อขายถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้ ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอาจจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามได้ในเร็ว ๆ นี้
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 66,333.53 จุด ลดลง 30.67 จุด หรือ -0.05%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 24,666.09 จุด เพิ่มขึ้น 156.00 จุด หรือ +0.64%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,820.82 จุด ลดลง 67.55 จุด หรือ -1.74%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 2.53%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.30%
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียช่วงเช้าวันนี้ โดยราคาน้ำมันมันดิบ WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 1.69% แตะที่ระดับ 94.10 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้น 2.65% แตะที่ระดับ 106.96 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (26 ก.ย.) ว่า เขาได้ปฏิเสธข้อเสนอแบบมีเงื่อนไขของอิหร่าน เกี่ยวกับการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมกับกล่าวว่าสหรัฐฯ ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสมบูรณ์ และขณะนี้มีน้ำมันจำนวนมหาศาลกำลังถูกขนส่งออกจากช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อคืนนี้ มีเรือเดินทางออกมาถึง 29 ลำ ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันเสาร์ พร้อมกับเสริมว่า พวกเขาต้องการทำข้อตกลง และผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่ดี ผมชอบทำข้อตกลงเช่นกัน แต่ข้อตกลงที่เสนอมานั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ (25 ก.ย.) อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (UN) ในนครนิวยอร์กว่า อิหร่านได้ส่งมอบแผนงานที่เป็นรูปธรรมผ่านทางกาตาร์ไปยังสหรัฐฯ โดยระบุว่าพร้อมจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 7 วัน หากได้รับการตอบสนองตามเงื่อนไขที่กำหนด
ทางการจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยในวันนี้ว่า กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนปรับตัวขึ้นเพียง 4.2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว และชะลอตัวลงจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 11.2%
ทั้งนี้ กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนชะลอตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 นับจากเดือนเม.ย.ที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 24.7% เนื่องจากผู้ผลิตของจีนยังคงเผชิญกับอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ซบเซาลงเป็นเวลานาน รวมถึงต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในช่วง 8 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ส.ค.) กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนปรับตัวขึ้น 15.7% ชะลอตัวลงจากระดับ 17.6% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ก.ค.)
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข