ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ที่กำหนดให้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้การเลือกตั้ง สส. ในวันดังกล่าว ไม่เป็นโมฆะ เนื่องจากกระบวนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ยังเป็นไปโดยลับ
โดยในกรณีบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตนั้น ศาลฯ เห็นว่าแม้จะมีคิวอาร์โค้ด แต่ก็ไม่สามารถสืบค้นไปถึงตัวผู้ออกมาลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ในขณะที่บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) นั้น แม้จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้ใช้สิทธิ และผลการลงคะแนนได้ แต่การนำบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมาจับกัน เพื่อให้ได้ซึ่งข้อมูลของผู้ออกมาลงคะแนนใช้สิทธินั้น ทำได้ยาก เนื่องจากมีกระบวนการจัดเก็บรักษาที่มีความปลอดภัยเพียงพอ
อย่างไรก็ดี ศาลรัฐธรรมนูญ ยังได้สั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลิกใช้การระบุคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นต่อไปในอนาคต
* เปิดผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ (9 ต่อ 0) วินิจฉัยว่า การใช้รหัสคิวอาร์ (QR Code) ในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นการละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียน และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติโดยเสียงข้างมาก (8 ต่อ 1) วินิจฉัยว่า การใช้รหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นการละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียน และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
โดยตุลาการเสียงข้างมาก จำนวน 8 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม,นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์, นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์, นายอุดม รัฐอมฤต, นายสุเมธ รอยกุลเจริญ, นายสราวุธ ทรงศิวิไล และ พลตำรวจโท จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช
ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อย จำนวน 1 คน คือ นายนภดล เทพพิทักษ์ เห็นว่า การใช้รหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้ง สส. ที่สามารถสืบย้อนกลับถึงตัวบุคคลที่ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ อันเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียน และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีมติโดยเสียงข้างมาก เห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดี แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของผู้ถูกร้อง ดังนั้นเพื่อให้ประชาชน เกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ผู้ถูกร้องควรกำหนดรูปแบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง หรือป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งที่เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยไม่ใช้เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ใดบนบัตรเลือกตั้ง ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระบุตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และผลการออกเสียงลงคะแนน
อีกทั้งควรกำหนดวิธีการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งที่พิพาทตามคำวินิจฉัยนี้ ให้มีมาตรการที่รัดกุม และเข้มงวดเป็นการเฉพาะ ไม่ให้มีการกระทำโดยผิดกฎหมาย เพื่อเข้าถึงข้อมูลการออกเสียงลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์