ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวในวันจันทร์ (28 ก.ย.) โดยแรงซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านในอังกฤษช่วยชดเชยแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 638.68 จุด เพิ่มขึ้น 0.03 จุด หรือ +0.00%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,078.48 จุด เพิ่มขึ้น 0.68 จุด หรือ +0.01%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,374.42 จุด ลดลง 34.22 จุด หรือ -0.13%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,684.88 จุด ลดลง 10.37 จุด หรือ -0.10%
ดัชนี STOXX 600 ปิดทรงตัว ขณะที่ดัชนีสำคัญส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ส่วนดัชนี IBEX ของสเปน ซึ่งมีหุ้นกลุ่มการเงินเป็นสัดส่วนสูง ลดลง 0.5%
หุ้น Persimmon, Barratt Redrow, Taylor Wimpey และ Vistry พุ่งขึ้น 10.4-14.7% โดยหุ้นกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านของอังกฤษเหล่านี้พุ่งขึ้น หลังรัฐบาลระบุว่าจะยืนยันโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยผู้ซื้อบ้านหลังแรกในการประกาศงบประมาณเดือนหน้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการซื้อบ้านและภาคการก่อสร้างที่อยู่อาศัย
อย่างไรก็ตาม ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษปิดลดลง 0.1%
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า แผนดังกล่าวจะลดเงินดาวน์ที่ต้องชำระจาก 5% เหลือ 2.5% ซึ่งน่าจะช่วยให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่มีรายได้ต่ำสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น
นักวิเคราะห์ระบุเสริมว่า ทิศทางของหุ้นกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านในอังกฤษเปลี่ยนไปแล้ว และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดกระทิงรอบใหม่สำหรับหุ้นกลุ่มนี้
การปรับตัวขึ้นของตลาดโดยรวมถูกจำกัดจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งขึ้น 2% หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งและยุติการสู้รบ
หุ้นกลุ่มพลังงานของยุโรปเพิ่มขึ้น 0.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ลดลง 1.2% หลังราคาทองคำร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ และราคาทองแดงร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์
หุ้น Hochschild Mining, Fresnillo และ Endeavour Mining เป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 5-7%
หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ลดลง 0.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีลดลง 0.2%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงอยู่ในระดับสูง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นพันธบัตรอ้างอิงของยูโรโซน ล่าสุดอยู่ที่ 3.643% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2552
ธนาคารกลางต่าง ๆ ได้ตอบสนองต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง โดยธนาคารกลางยุโรปปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางอื่น ๆ จะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะที่ในสัปดาห์นี้มีข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการ โดยนักลงทุนจะจับตาตลาดแรงงานและเงินเฟ้อของสหรัฐฯ รวมถึงผลประกอบการของ Micron ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญอีกครั้งสำหรับการลงทุนในหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เมื่อฤดูประกาศผลประกอบการรายไตรมาสใกล้เข้ามาในเดือนหน้า นักลงทุนมีแนวโน้มต้องการเห็นผลประกอบการที่แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อชดเชยความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช