ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดบวก 19 เซนต์ หลังทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนออิหร่าน

ข่าวต่างประเทศ Tuesday September 29, 2026 06:52 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (28 ก.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังมีรายงานว่าผู้ไกล่เกลี่ยของกาตาร์จะจัดการเจรจาร่วมกับฝ่ายอิหร่านและสหรัฐฯ โดยคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 19 เซนต์ หรือ 0.21% ปิดที่ 92.60 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 96 เซนต์ หรือ 0.92% ปิดที่ 105.28 ดอลลาร์/บาร์เรล

ในช่วงต้นของการซื้อขาย ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 4 ดอลลาร์ หลังจากปธน.ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพแบบมีเงื่อนไขของอิหร่าน ซึ่งเป็นข้อเสนอที่มีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันลดช่วงบวกในเวลาต่อมา หลังจากสื่อรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์อาจจัดการเจรจาแยกกันกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่นครนิวยอร์ก และกับฝ่ายสหรัฐฯ ในวันจันทร์หรือวันอังคาร โดยคาดว่าการเจรจาจะมุ่งเน้นไปที่ข้อเสนอระยะเวลา 7 วันฉบับปรับปรุงแก้ไขซึ่งอิหร่านได้นำเสนอไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA)

รายงานระบุว่า อารักชียังคงอยู่ที่นครนิวยอร์ก หลังเข้าร่วมการประชุม UNGA และขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเป็นตัวแทนของฝ่ายสหรัฐฯ ในการเจรจากับผู้ไกล่เกลี่ย

สำหรับความเคลื่อนไหวด้านอื่น ๆ นั้น สื่อของทางการซาอุดีอาระเบียรายงานว่า เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ได้เดินทางถึงกรุงวอชิงตันในวันจันทร์ เพื่อร่วมหารือกับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

ด้าน Kpler เปิดเผยข้อมูลล่าสุดในวันจันทร์ว่า ยอดการส่งออกน้ำมันดิบจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในตะวันออกกลางฟื้นตัวขึ้นในเดือนก.ย. สู่ระดับ 12.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเปิดฉากขึ้นในเดือนก.พ. เนื่องจากซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้เร่งเพิ่มการส่งออก

ข้อมูลจาก Kpler ยังระบุด้วยว่า การฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซปรับตัวดีขึ้น พร้อมกับคาดการณ์ว่ายอดการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบนี้จะแตะระดับประมาณ 7.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนนี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากธนาคาร UBS ให้ความเห็นว่า แม้การจราจรของเรือขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณการไหลเวียนของน้ำมันยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามอิหร่าน ซึ่งบ่งชี้ว่าภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดยังคงตึงตัว

นักลงทุนยังคงจับตามาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ โดยล่าสุดปธน.ทรัมปกล่าวว่า ทำเนียบขาวยังคงพิจารณาการใช้มาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล ขณะที่เขากำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองให้จัดการกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.

แนวคิดที่ว่าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่ที่สุดของโลก อาจใช้มาตรการห้ามส่งออกโดยสิ้นเชิงนั้น ได้ก่อให้เกิดเสียงคัดค้านอย่างหนักจากอุตสาหกรรมพลังงานของสหรัฐฯ ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้วิกฤตเชื้อเพลิงทั่วโลกเลวร้ายลง

นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของมอร์แกน สแตนลีย์ กล่าวว่า การจำกัดการส่งออกจากสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาดีเซลในสหรัฐฯ ลดลงในระยะแรก แต่หลังจากนั้นอาจเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ส่งผลเสียในระยะต่อไป

ส่วนนักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ ระบุในรายงานว่า ไม่เพียงแต่ราคาดีเซลทั่วโลกจะสูงขึ้นเท่านั้น แต่อาจเกิดวงจรย้อนกลับมายังราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ เนื่องจากโรงกลั่นต้องปรับระดับการเดินเครื่อง

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ