ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (29 ก.ย.) เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงเช้าวันนี้ ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 65,307.00 จุด ลดลง 570.62 จุด หรือ -0.87%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 24,486.52 จุด ลดลง 155.99 จุด หรือ -0.63%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,826.51 จุด เพิ่มขึ้น 2.89 จุด หรือ +0.08%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 1.10%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.1%
สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้นกว่า 1% แตะที่ระดับ 93.57 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้านี้ และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. พุ่งขึ้น 1.22% แตะที่ระดับ 106.56 ดอลลาร์/บาร์เรล
ตลาดยังถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอาจจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดตลาดวันจันทร์พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5.2% โดยขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งขึ้นทะลุระดับ 5.56% ขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2547
นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูลเหล่านี้อาจมีผลต่อความเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวรวมถึงตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ประจำเดือนส.ค., ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนส.ค., ดัชนีภาคการผลิตประจำเดือนก.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย.
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย.ของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์นี้ (2 ต.ค.) จะเพิ่มขึ้น 98,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ระดับ 4.1%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช