นายวรุต รุ่งขำ, IAA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี แอนด์ บูลเลี่ยน ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า การซื้อขาย SET50 Index Futures วันนี้ปรับตัวลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์)ทำนิวไฮทุกช่วงอายุ โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาระบุว่า เงินเฟ้อยังสูง ทำให้ตลาดคาดว่า เฟดคุมเข้มนโยบายการเงิน ซึ่งคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้อีก 50 bps และปีหน้าอีก 50 bps เป็นภาพที่กลับมากดดันตลาดหุ้น โดยตลาดหุ้นเอเชียปรับลง ได้แก่ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ต่างปรับตัวลง ดาวน์โจนส์ฟิวเจอร์ส S&P500 Future ก็ปรับลง
ขณะที่ตลาดหุ้นไทยรับแรงกดดัน จากโบรกเกอร์ยักษ์ใหญ่อย่างเจพี มอร์แกน คาดว่าไทยจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 70 ถึง 3 ครั้งจากอัตราดอกเบี้ย 1% เป็น 1.75% กลับมากดดันดัชนี โดย S50Z26 ปรับลงมากกว่า SET50 และดัชนี SET เพราะหุ้นใหญ่ใน SET50 ส่วนใหญ่เป็นแบงก์ที่ปรับลงทั้งกลุ่ม โดย KBANK ปรับลงมากที่สุด และยังมีแรงขายหุ้น AOT, PTT , PTTEP กดดันด้วย อีกทั้งเงินบาทอ่อนค่า กังวลสัญญาณว่าต่างชาติ จะขายหุ้นไทยออกมา
แนวโน้มพรุ่งนี้อาจมีเทคนิเคิลรีบาวด์ แต่ไม่น่าปรับขึ้นมาก โดยให้แนวต้าน 1,075, 1,083 จุด แนวรับ 1,066 , 1,058 จุด แนะเล่นฝั่ง short และ Stop loss แนวต้านที่ 1,083 จุด
สำหรับราคาทองคำปรับตัวลงหลังหลุดแนวรับสำคัญที่ 4,200 เหรียญ/ออนซ์ มองว่ามีโอกาสลงไป 4,000 เหรียญ/ออนซ์ ซึ่งใกล้ระดับต่ำสุดปีนี้ โดยเมื่อราคาหลุดแนวรับสำคัญ ทำให้เกิด Panic sell โดยให้แนวต้าน 4,150, 4,189 เหรียญ/ออนซ์ ถ้าเด้งกลับไม่ผ่าน มีโอกาสเห็นทองย่อตัว หากหลุดแนวรับ 4,109 เหรียญ/ออนซ์ ก็จะลงไปให้แนวรับถัดไปที่ 4,065, 4,019 เหรียญ/ออนซ์
แต่สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว แนะทยอยซื้อในระดับราคาใกล้เคียง 4,000 เหรียญ/ออนซ์ และหากหลุดระดับ 3,950 เหรียญ/ออนซ์ มีโอกาสลงไปที่ 3,800 เหรียญ/ออนซ์
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร