ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 131.59 จุด กังวลบอนด์ยีลด์พุ่ง จับตาเงินเฟ้อ-จ้างงานสหรัฐฯ

ข่าวต่างประเทศ Wednesday September 30, 2026 06:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (29 ก.ย.) โดยตลาดยังคงถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ขณะที่นักลงทุนประเมินการแสดงความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) พร้อมกับจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อและตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,349.92 จุด ลดลง 131.59 จุด หรือ -0.26%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,670.84 จุด ลดลง 12.85 จุด หรือ -0.17%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,797.54 จุด ลดลง 22.84 จุด หรือ -0.09%

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับ 5.6206% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2545 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.293% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2550

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น และบั่นทอนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ตาม ตลาดลดช่วงลบ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรย่อตัวลงจากระดับสูงสุดดังกล่าว ภายหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงเนื่องจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางเริ่มฟื้นตัว

นักลงทุนประเมินการแสดงความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เฟดยังมีเวลาในการประเมินข้อมูลต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเมื่อใด

วิลเลียมส์กล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นที่เมืองบัฟฟาโลในรัฐนิวยอร์กว่า หลังจากที่ได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.แล้ว เฟดก็ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อน และการติดตามข้อมูลต่าง ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจในขั้นตอนถัดไปนั้น จะช่วยให้เฟดเห็นภาพรวมของเศรษฐกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

หลังการแสดงความเห็นของวิลเลียมส์ เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 51.5% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนต.ค. ซึ่งลดลงจากระดับเกือบ 70% ในช่วงต้นของการซื้อขาย

อย่างไรก็ดี แม้วิลเลียมส์แสดงออกถึงความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่เจ้าหน้าที่เฟดรายอื่น ๆ ยังคงส่งสัญญาณสนับสนุนการใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน โดยไมเคิล บาร์ สมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดกล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่ออสแตน กูลสบี ประธานเฟดสาขาชิคาโกกล่าวว่า การปล่อยให้เงินเฟ้ออยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดเป็นเวลานานถึง 5 ปีครึ่ง ถือเป็นความเสี่ยงอย่างมาก

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง 0.89% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุลดลง 0.55% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.14% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารดีดตัวขึ้น 0.4%

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Meta ปรับตัวขึ้น 3.3% แม้ว่าบริษัท OpenAI ประกาศเปิดตัวผู้ช่วย AI ที่ชื่อ Dots ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการงานแทนผู้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง และถูกมองว่าเป็นคู่แข่งของ Muse ผู้ช่วย AI ที่ Meta เพิ่งประกาศเปิดตัวไปไม่นาน

หุ้น CarMax บริษัทค้าปลีกรถยนต์มือสอง พุ่งขึ้น 4.7% หลังจากบริษัทรายงานกำไรและรายได้เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2

นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อและตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยในวันนี้จะมีการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.7% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากปรับตัวขึ้น 3.7% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนก.ค.

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์นี้ (2 ต.ค.) จะเพิ่มขึ้น 98,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะทรงตัวที่ 4.1%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัวลง 6.7 จุด สู่ระดับ 81.9 ในเดือนก.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 89.0 จากระดับ 88.6 ในเดือนส.ค.

ด้านสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 256,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.079 ล้านตำแหน่งในเดือนส.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.225 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.335 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ