ความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหภาพยุโรป (EU) และจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังมีรายงานว่าเยอรมนีและฝรั่งเศสกำลังจัดทำเอกสารร่วม เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปเร่งพัฒนาเครื่องมือที่อาจให้อำนาจใหม่แก่ EU ในการจำกัดการเข้าถึงตลาด EU ของบริษัทจีน
เจ้าหน้าที่ EU ระบุว่า เครื่องมือดังกล่าวอาจมีลักษณะคล้ายมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ซึ่งเปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐฯ สอบสวนและตอบโต้แนวปฏิบัติทางการค้าของต่างประเทศที่มองว่าไม่เป็นธรรมหรือสร้างความเสียหายต่อการค้าและธุรกิจของสหรัฐฯ
โกลบอล ไทมส์ (Global Times) รายงานในวันนี้ (30 ก.ย.) โดยอ้างนักวิเคราะห์ชาวจีนว่า จีนจะใช้มาตรการตอบโต้หลายรูปแบบ หาก EU เดินหน้าเพิ่มข้อจำกัดต่อบริษัทหรือสินค้าจีน
รายงานระบุว่า จีนอาจใช้เครื่องมือด้านนโยบายที่หลากหลาย หาก EU เดินหน้าผลักดันมาตรการที่เทียบเท่ากับมาตรา 301 ของสหรัฐฯ โดยมาตรการที่อาจนำมาใช้ ได้แก่ การสอบสวนกรณีเลือกปฏิบัติ การสอบสวนด้านความมั่นคงของภาคอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการตรวจสอบผลกระทบจากเงินอุดหนุนจากต่างประเทศ
ด้านกระทรวงพาณิชย์จีน (MOFCOM) ระบุเมื่อวันอังคาร (29 ก.ย.) ว่า จีนจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของอุตสาหกรรมจีน หาก EU ออกมาตรการเลือกปฏิบัติต่อบริษัทหรือสินค้าจีน
อย่างไรก็ตาม MOFCOM ระบุว่า จีนและ EU ยังคงหารือกันผ่านกลไกการปรึกษาหารือด้านการค้าและการลงทุน พร้อมทั้งสำรวจแนวทางแก้ไขข้อกังวลของทั้งสองฝ่าย
MOFCOM ยังระบุว่า โครงการริเริ่มของ EU ที่มีรายงานออกมานั้นเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าและมาตรการฝ่ายเดียว พร้อมเตือนว่าอาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างจีนกับ EU รวมถึงห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยกระทรวงฯ เห็นว่าแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างจีนกับ EU ควรเป็นไปตามกฎขององค์การการค้าโลก (WTO) และกฎหมายภายในประเทศของทั้งสองฝ่าย พร้อมคำนึงถึงผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมทั้งสองฝ่ายอย่างสมดุล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้าที่เพิ่มขึ้นระหว่าง EU และจีน โดยโกลบอล ไทมส์ระบุว่า เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เพิ่งกล่าวถึงความไม่สมดุลทางการค้าระหว่าง EU กับจีน และให้คำมั่นว่าจะใช้เครื่องมือที่มีอยู่เพื่อปรับความสัมพันธ์ทางการค้าให้สมดุลมากขึ้น
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังเสนอเกณฑ์ European preference ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งอาจจำกัดการเข้าถึงตลาดของบริษัทจากประเทศที่สาม
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช