กรมชลประทาน ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เป็น 2,500 ลบ.ม./วินาที รับมือปริมาณน้ำเหนือที่มีแนวโน้มพุ่งสูง เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำโดยเฉพาะ 4 จังหวัดเสี่ยง อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท ยกของขึ้นที่สูงและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพิ่มความระมัดระวัง และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล่วงหน้า หลังกรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และล่าสุดได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 30 ก.ย. 69 เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับสถานการณ์
โดยก่อนหน้านี้ กรมชลประทาน ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 6 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนเตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
กรมชลประทาน คาดการณ์สถานการณ์น้ำในช่วง 1-5 วันข้างหน้า โดยวันที่ 2 ต.ค. 69 ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ อาจมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมีน้ำจากลำน้ำสาขาไหลสมทบอีกประมาณ 700-750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอาจอยู่ที่ประมาณ 3,600-3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่กรมชลประทาน รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งประมาณ 550-580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ดังนั้น จากแนวโน้มปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น จึงปรับแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย
โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 4 จังหวัด ได้แก่
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา : อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร
จังหวัดอ่างทอง : อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก เมืองอ่างทอง และไชโย
จังหวัดสิงห์บุรี : อำเภออินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรี
จังหวัดชัยนาท : อำเภอสรรพยา
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ระบุว่า การปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ และริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมล่วงหน้า
*พื้นที่เสี่ยงตรวจสอบจุดเสี่ยงบริเวณบ้านและชุมชน เตรียมตัวก่อนระดับน้ำเพิ่มสูง
1. ยกของขึ้นที่สูง โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และทรัพย์สินที่เสียหายจากน้ำได้
2. เคลื่อนย้ายรถยนต์ รถจักร สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์การเกษตร ไปยังพื้นที่ปลอดภัย หากอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยง
3. เตรียมสิ่งของจำเป็นและช่องทางติดต่อฉุกเฉิน ให้พร้อมสำหรับกรณีจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่
4. ติดตามระดับน้ำและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝนและน้ำจากพื้นที่ตอนบน
ย้ำว่าการแจ้งเตือนครั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ขอให้ประชาชนตื่นตัว แต่ไม่ตื่นตระหนก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ขอให้ใช้เวลาในขณะนี้บริหารจัดการทรัพย์สิน และเตรียมความพร้อมของครัวเรือน ไม่รอจนระดับน้ำเพิ่มสูงแล้วจึงดำเนินการ พร้อมติดตามข้อมูลจากกรมชลประทาน จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รองโฆษกฯ ระบุ
*สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวม และลุ่มน้ำเจ้าพระยา (30 ก.ย. 69)
- สภาพอากาศ: ไทยตอนบนฝนลดลง แต่ยังมีฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังอ่อนลง
- คาดการณ์ (1-3 ต.ค. 69): ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
- ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ: มีน้ำรวม 79% ของความจุ (63,718 ล้าน ลบ.ม.) เป็นน้ำใช้การได้ 70% (39,596 ล้าน ลบ.ม.)
- ภาคเหนือ: มีปริมาณน้ำ 19,825 ล้าน ลบ.ม. (72%)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีปริมาณน้ำ 8,118 ล้าน ลบ.ม. (67%)
- ภาคกลาง: มีปริมาณน้ำ 1,375 ล้าน ลบ.ม. (73%)
- ภาคตะวันออก: มีปริมาณน้ำ 2,889 ล้าน ลบ.ม. (91%)
- ภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำ 26,179 ล้าน ลบ.ม. (92%)
- ภาคใต้: มีปริมาณน้ำ 5,332 ล้าน ลบ.ม. (70%)
- สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เวลา 06.00 น.):
- สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,326 ลบ.ม./วินาที (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.19 เมตร)
- ระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,200 ลบ.ม. ต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +17.69 ม.รทก. และท้ายเขื่อนอยู่ที่ +15.22 ม.รทก.
- สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย และสถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์