หน่วยงานบริหารความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐฯ (TSA) และสหภาพแรงงานหลักเปิดเผยเมื่อวันอังคาร (29 ก.ย.) ว่า เจ้าหน้าที่ของ TSA จะไม่ได้รับอนุญาตให้นั่งในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตรวจบัตรประจำตัวประชาชน ณ จุดตรวจคัดกรองในสนามบินทั่วสหรัฐฯ อีกต่อไป
สภา TSA 100 ของสหพันธ์พนักงานรัฐบาลแห่งสหรัฐฯ (AFGE TSA Council 100) ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มเจ้าหน้าที่ ระบุว่า ทาง TSA กำลังทยอยนำเก้าอี้ออกจากจุดตรวจ พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งดังกล่าวว่าเป็นการ ไม่คำนึงถึงสิทธิและความปลอดภัยของคนทำงาน โดยเสริมว่า เก้าอี้เหล่านี้ ทำหน้าที่เป็นเครื่องรองรับสรีระและความปลอดภัยขั้นพื้นฐานสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ต้องยืนและเดินบนพื้นแข็งตลอดทั้งวัน
ด้าน TSA ได้ออกมายืนยันการตัดสินใจดังกล่าว โดยระบุว่า
การเปลี่ยนแปลงที่น่ายินดีนี้ช่วยเสริมสร้างทั้งมาตรการความมั่นคงและความมุ่งมั่นในการให้บริการต้อนรับดูแลผู้โดยสาร ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ยืนปฏิบัติหน้าที่และตื่นตัวอยู่เสมอ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องมีคุณสมบัติความพร้อมทางร่างกายตรงตามข้อกำหนด เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงแห่งชาติที่มีความสำคัญยิ่งนี้ได้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เสนอเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ให้ปรับลดพนักงานมากกว่า 9,400 คน และลดงบประมาณลงกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 20% จากงบประมาณประจำปีของ TSA ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในสนามบินรวมประมาณ 60,000 คน
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังเสนอให้สนามบินขนาดเล็กหันไปใช้บริการรักษาความปลอดภัยจากภาคเอกชนแทน ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดจำนวนพนักงานของ TSA ลงมากกว่า 4,500 ตำแหน่ง โดยถือเป็นก้าวแรกสู่การแปรรูปหน่วยงานดังกล่าว ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544
ปัจจุบัน มีสนามบินประมาณ 20 แห่ง รวมถึงสนามบินในนครซานฟรานซิสโก แคนซัสซิตี และเมืองซาราโซตา รัฐฟลอริดา ที่ใช้บริการเจ้าหน้าที่คัดกรองความปลอดภัยจากภาคเอกชนมานานหลายปีแล้ว
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช