สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง แถลงภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนสิงหาคม 2569 สถานการณ์เศรษฐกิจไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่มีสัญญาณดีขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวต่างชาติยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ จำเป็นต้องติดตามทิศทางราคาพลังงาน, ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต และเศรษฐกิจไทย
นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการ กองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนสิงหาคม 2569
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ระดับ 53.2 จากระดับ 51.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ผ่อนคลายลง
เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน สำหรับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ในเดือนสิงหาคม 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน
มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 24.3% และถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมัน และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัวที่ 19.5% ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดทวีปออสเตรเลีย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอาเซียน (5)
เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน โดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนสิงหาคม 2569 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย จำนวน 22.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.7% ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม ในเดือนสิงหาคม 2569 มีจำนวน 2.52 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -2.6%
ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 2.1% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ปาล์มน้ำมัน และหมวดไม้ผล สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 4.4%
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 89.7 จากระดับ 90.0 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 53.8 สะท้อนว่าการผลิตอุตสาหกรรมยังอยู่ในภาวะขยายตัว
เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 2.53% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน อยู่ที่ 1.44% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 67.5% ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
สำหรับเสถียรภาพภายนอก ยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 283.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์