รัฐเทนเนสซีของสหรัฐฯ เตรียมนำตัว คริสตา ไพค์ นักโทษประหารหญิง รับโทษทัณฑ์ด้วยการฉีดยาพิษในวันพุธนี้ (30 ก.ย.) หลังต้องโทษคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชั้นเรียนอย่างทารุณเมื่อ 30 ปีก่อน การลงโทษครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองศตวรรษที่รัฐเทนเนสซีประหารชีวิตนักโทษหญิง
ปัจจุบัน ไพค์คือนักโทษหญิงเพียงคนเดียวที่อยู่ในแดนประหารของรัฐเทนเนสซี โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร (29 ก.ย.) ศาลฎีกาสหรัฐฯ เพิ่งมีคำสั่งยกคำร้องขอชะลอการประหารชีวิตในโค้งสุดท้าย ทำให้กำหนดการฉีดยาพิษ ณ เรือนจำความมั่นคงสูงสุดริเวอร์เบนด์ ในเมืองแนชวิลล์ เมืองหลวงของรัฐเทนเนสซี ยังคงดำเนินต่อไปตามเดิม และหากการประหารชีวิตลุล่วงไป เธอก็จะเป็นบุคคลเพียงรายเดียวในยุคการบังคับใช้โทษประหารชีวิตสมัยใหม่ของสหรัฐฯ ที่ถูกรัฐเทนเนสซีลงโทษประหารชีวิต
ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลโทษประหารชีวิตระบุว่า การประหารชีวิตนักโทษหญิงในสหรัฐฯ แทบจะไม่เคยปรากฏให้เห็น โดยนับตั้งแต่ศาลฎีกาอนุญาตให้รื้อฟื้นโทษประหารขึ้นมาใหม่ในปี 2519 มีนักโทษถูกประหารไปแล้วทั้งสิ้น 1,683 คน แต่เป็นสตรีเพียง 18 คนเท่านั้น ขณะที่รัฐเทนเนสซีเองเคยประหารชีวิตนักโทษไปเพียง 17 คนก่อนหน้านี้
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนม.ค. 2538 ไพค์ในวัย 18 ปี ร่วมมือกับ ทาดาริล ชิปป์ แฟนหนุ่มวัย 17 ปี และเพื่อนอีกคนหนึ่ง ล่อลวง คอลลีน สเลมเมอร์ วัย 19 ปี เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ศูนย์ฝึกวิชาชีพน็อกซ์วิลล์ จ็อบ คอร์ปส์ เข้าไปในป่าเปลี่ยว ก่อนจะร่วมกันลงมือทารุณกรรมและสังหารสเลมเมอร์อย่างโหดเหี้ยม คดีดังกล่าวกลายเป็นข่าวสะเทือนขวัญไปทั่วสหรัฐฯ ในยุคนั้น
คำให้การในชั้นศาลชี้ว่า มูลเหตุจูงใจเกิดจากความหึงหวง โดยไพค์ปักใจเชื่อว่าสเลมเมอร์จ้องจะแย่งแฟนหนุ่มของเธอไป ต่อมาทั้งไพค์และชิปป์ได้รับสารภาพ และถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน โดยไพค์ต้องโทษประหารชีวิต ส่วนชิปป์ถูกจำคุกตลอดชีวิตแต่ยังมีสิทธิ์ขอรับการพักการลงโทษ
ในการดิ้นรนขอชีวิตครั้งสุดท้าย ทนายความของไพค์ได้ยื่นคำร้องให้ผู้ว่าการรัฐลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ขอพักการลงโทษ โดยยกเอาประวัติอันขมขื่นในวัยเด็กของเธอขึ้นมาอ้างว่า ไพค์เคยตกเป็นเหยื่อความรุนแรง ถูกทอดทิ้ง และถูกข่มขืนกระทำชำเรา ทั้งยังอ้างความเห็นของแพทย์ในเรือนจำว่าเธอป่วยเป็นโรคไบโพลาร์และโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) อย่างไรก็ตาม เมย์ มาร์ติเนซ มารดาของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ยังคงยืนกรานสนับสนุนให้ประหารชีวิตไพค์
อย่างไรก็ตาม บิล ลี ผู้ว่าการรัฐเทนเนสซี ได้สั่งยกคำร้องขออภัยโทษ แม้ว่ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความรุนแรงทางเพศและภาวะบอบช้ำทางจิตใจได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน โดยชี้ว่าขั้นตอนและกระบวนการฉีดยาพิษอาจไปกระตุ้นภาพหลอนความทรงจำอันเลวร้ายในวัยเด็กของไพค์ และทำให้เธอต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานในวาระสุดท้ายของชีวิต
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท