เที่ยวบินโดยสารของสายการบินฟลายดูไบ (Flydubai) ซึ่งเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มุ่งหน้าสู่อิสราเอล ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่ประเทศซาอุดีอาระเบียเมื่อวันพุธ (30 ก.ย.) หลังเกิดเหตุนักบินทะเลาะวิวาทและต่อสู้กัน ขณะที่ทางการอิสราเอลยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การจี้เครื่องบิน
ข้อมูลจากเว็บไซต์ Flightradar24 ระบุว่า เครื่องบินโบอิง 737 แม็กซ์ 8 ของเที่ยวบิน FZ1073 มีผู้โดยสารชาวอิสราเอลราว 150 คน ได้เปลี่ยนเส้นทางเหนือน่านฟ้าจอร์แดนไปยังซาอุดีอาระเบีย โดยข้อมูลการบินแสดงให้เห็นว่า เครื่องบินได้ลดระดับความสูงลงเกือบ 14,000 ฟุตอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที ก่อนจะเริ่มส่งสัญญาณฉุกเฉินทั่วไปด้วยรหัส Squawk 7700 และตามด้วยรหัส Squawk 7500 ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการแทรกแซงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จากนั้นเครื่องบินได้ส่งสัญญาณฉุกเฉินทั่วไปซ้ำอีกครั้ง ก่อนร่อนลงจอดที่ท่าอากาศยานตาบุก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดีอาระเบียอย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลต้องยกระดับการรับมือทันที เนื่องจากอิสราเอลยังไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นปลายทางที่เครื่องบินลงจอด โดย โดรอน สปีลแมน โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุว่า เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นการจี้เครื่องบิน ด้านแถลงการณ์ของสำนักนายกฯ ยืนยันว่าควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และกำลังดำเนินมาตรการเพื่อพาชาวอิสราเอลกลับประเทศ
ขณะที่โฆษกสายการบินฟลายดูไบแถลงเพียงว่า เที่ยวบินดังกล่าวประสบ อุบัติการณ์ ระหว่างเดินทาง จึงเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่ตาบุก โดยยืนยันว่าผู้โดยสารทุกคนปลอดภัยและตรวจสอบจำนวนครบถ้วน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยนามระบุว่า นักบินทั้งสองส่งสัญญาณฉุกเฉินหลังเกิดการใช้กำลังวิวาทกันเอง แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีฝ่ายใดจงใจส่งสัญญาณหรือไม่
ขณะเดียวกัน มีรายงานคำบอกเล่าของผู้โดยสารรายหนึ่งซึ่งอยู่บนเที่ยวบินดังกล่าว เธอเล่าว่าได้ยินเสียงกรีดร้อง และมีชายคนหนึ่งถือมีดกดตัวนักบินคนหนึ่งลงกับพื้น โดยมีเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ทั่ว ขณะที่สื่ออิสราเอลได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่อ้างว่าเป็นเสื้อของผู้โดยสารที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือด
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท