ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันพุธ (30 ก.ย.) และปิดลบเป็นเดือนแรกในรอบ 6 เดือน หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่พุ่งขึ้นกดดันความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่นักลงทุนประเมินข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 634.89 จุด ลดลง 3.19 จุด หรือ -0.50%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,964.51 จุด ลดลง 71.36 จุด หรือ -0.89%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,199.19 จุด ลดลง 200.02 จุด หรือ -0.79%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,606.00 จุด ลดลง 30.71 จุด หรือ -0.29%
ดัชนี STOXX 600 ลดลง 2.5% ในเดือนก.ย. และลดลง 1% ในไตรมาส 3
ผลกระทบด้านราคาพลังงานจากสงครามอิหร่าน สถานะการคลังของรัฐบาลที่ย่ำแย่ลง และปริมาณการออกพันธบัตรจำนวนมาก ส่งผลให้ธนาคารกลางรายใหญ่ รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้นในเดือนนี้
นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ตลาดเริ่มต้นเดือนด้วยปัจจัยลบ หลังการประชุมที่แจ็กสัน โฮลในช่วงปลายเดือนส.ค. โดยเควิน วอร์ช ประธานเฟดแสดงจุดยืนเข้มงวดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และส่งสัญญาณถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดตลอดทั้งเดือน
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเกือบ 14% ในเดือนก.ย. และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเพื่อยุติสงครามชะงักงัน
หุ้นกลุ่มพลังงานลดลง 0.9% แต่ปิดเดือนก.ย.ด้วยการปรับขึ้น 2.7% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ๆ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงของยูโรโซน ปรับตัวลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน แต่ยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552
ขณะเดียวกัน ข้อมูลบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดการณ์ในเดือนส.ค. ส่งผลให้ตลาดลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในเดือนหน้า
หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนี STOXX 600 ปิดลดลง โดยหุ้นกลุ่มธนาคารลดลง 0.8% และกลุ่มอุตสาหกรรมลดลง 0.7% ขณะที่กลุ่มประกันภัยเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 1.4%
หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคของอังกฤษปรับตัวขึ้น หลังจากนายกรัฐมนตรีแอนดี เบอร์แนมประกาศนโยบายหลายประการสำหรับภาคธุรกิจดังกล่าวเมื่อวันอังคาร โดยหุ้น Pennon, SSE และ National Grid ปรับตัวขึ้นระหว่าง 2-2.6% ขณะที่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคโดยรวมเพิ่มขึ้น 0.6%
ข้อมูลอีกชุดระบุว่าเศรษฐกิจอังกฤษขยายตัวเร็วกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ในไตรมาส 2 ขณะที่เงินเฟ้อเยอรมนีเร่งตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2566
สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Nordnet เพิ่มขึ้น 1.1% หลัง J.P. Morgan กลับมาเริ่มติดตามหุ้นดังกล่าวอีกครั้ง พร้อมให้มุมมองเชิงบวก
หุ้น Greggs ซึ่งเป็นเครือร้านฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ พุ่งขึ้น 8.2% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช