ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดบวก $1.04 หวั่นอุปทานชะงักหลังเจรจาอิหร่าน-อเมริกาไม่คืบหน้า

ข่าวต่างประเทศ Thursday October 1, 2026 06:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (30 ก.ย.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งอาจทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกอยู่ในภาวะชะงักงัน

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.04 ดอลลาร์ หรือ 1.16% ปิดที่ 90.42 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 94 เซนต์ หรือ 0.92% ปิดที่ 103.53 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลอดเดือนก.ย. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นราว 14% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นราว 5%

การเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังไม่มีความคืบหน้า โดยแม้ว่ากาตาร์คาดหวังว่าช่องทางการทูตจะนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธข่าวที่ว่า เขาจะยินยอมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน

ปธน.ทรัมป์ปฏิเสธรายงานของสำนักข่าว Axios และ CNN ซึ่งอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า เขาพร้อมที่จะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และปลดอายัดเงินทุนของอิหร่าน เพื่อแลกกับการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน โดยปธน.ทรัมป์ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ปธน.ทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอของฝ่ายอิหร่านเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยข้อเสนอดังกล่าวระบุว่า อิหร่านได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ระงับมาตรการปิดล้อมท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อแลกกับการที่อิหร่านจะกลับมาเปิดพื้นที่ส่วนที่เหลือของช่องแคบดังกล่าว รวมถึงรื้อฟื้นการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอีกครั้ง

ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นหลังมีรายงานว่าสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงมากกว่าคาด แม้สต็อกน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นก็ตาม

ทั้งนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 500,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 2.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 200,000 บาร์เรล

ส่วนสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 922,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 700,000 บาร์เรล

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้ปัจจัยบวกจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในเดือนต.ค

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.7% จากระดับ 3.4% ในเดือนก.ค.

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.3% จากระดับ 3.0% ในเดือนก.ค.

หลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 37% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนต.ค. ซึ่งลดลงจาก 51% ในวันอังคาร และลดลงจาก 71% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันอาทิตย์นี้ (4 ต.ค.) ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่าโอเปกพลัสจะคงโควตาการผลิตน้ำมันดิบสำหรับเดือนพ.ย.ไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมครั้งนี้

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ