สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (30 ก.ย.) ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัว หลังผลผลิตทองแดงของชิลีร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 15 ปี ประกอบกับสหภาพแรงงานระดับหัวหน้างานของเหมืองเอสคอนดิดา (Escondida) ในชิลี มีมติปฏิเสธข้อเสนอสัญญาจ้างแรงงานร่วมฉบับสุดท้าย ซึ่งปูทางสู่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการผละงานประท้วง
ทั้งนี้ สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.80 เซนต์ หรือ +0.27% ปิดที่ 6.6215 ดอลลาร์ต่อปอนด์
ตลาดได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทาน หลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติชิลี (INE) รายงานว่า ผลผลิตทองแดงของชิลีในเดือนส.ค. 2569 ปรับตัวลง 12.8% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 369,500 เมตริกตัน ซึ่งเป็นระดับผลผลิตรายเดือนที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2554 ต่อเนื่องจากที่ลดลง 9.4% ในเดือนก่อนหน้า โดยมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศหนาวจัดในฤดูหนาวและปัญหาการหยุดชะงักของระบบโลจิสติกส์ทางท่าเรือ ซึ่งกระทบต่อการดำเนินงานของชิลีในฐานะประเทศผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลก และตอกย้ำสัญญาณความตึงตัวของสินค้าในตลาดจริง (Physical Market)
ด้านสถานการณ์แรงงาน สหภาพแรงงานระดับหัวหน้างานจำนวน 1,020 คนของเหมืองเอสคอนดิดา ภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มบริษัท บีเอชพี (BHP) ในชิลี ซึ่งเป็นเหมืองทองแดงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีมติท่วมท้นถึง 95% ปฏิเสธข้อเสนอสัญญาจ้างแรงงานร่วมฉบับสุดท้าย โดยระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้สะท้อนการปรับเพิ่มผลประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมคัดค้านเงื่อนไขที่กำหนดให้หัวหน้างานต้องเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อปฏิบัติงานทดแทนในไลน์การผลิต เช่น การขับรถบรรทุก
ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายแรงงานของชิลี ทั้งสองฝ่ายจะต้องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคบังคับโดยมีภาครัฐเป็นคนกลางเป็นเวลา 5 วันทำการ ซึ่งสามารถขยายเวลาเพิ่มได้อีก 5 วันตามความเห็นชอบร่วมกัน ก่อนที่สหภาพแรงงานจะมีสิทธินัดหยุดงานประท้วงได้อย่างถูกกฎหมาย
อย่างไรก็ดี ช่วงบวกของราคาทองแดงถูกจำกัดไว้ส่วนหนึ่ง หลังคณะกรรมาธิการของรัฐบาลปานามามีคำแนะนำให้เปิดการเจรจากับบริษัท เฟิร์สต์ ควอนตัม มิเนอรัลส์ (First Quantum Minerals) เพื่อกำหนดเงื่อนไขในการกลับมาเดินเครื่องเหมืองโคเบร ปานามา (Cobre Panama) อีกครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำกระแสเงินสดจากการดำเนินงานมาสนับสนุนงบประมาณในการทยอยปิดเหมืองอย่างเป็นระบบในระยะยาวโดยไม่สร้างภาระทางการคลังแก่รัฐบาล พร้อมทั้งหาข้อยุติในข้อพิพาททางอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่าเหมืองดังกล่าวอาจกลับมามีกรอบเวลาดำเนินงานต่อเนื่องได้อีกหลายทศวรรษก่อนจะปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช