นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับเพื่อรับฟังการรายงานสถานการณ์อุทกภัย การคาดหมายลักษณะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถานการณ์น้ำปัจจุบัน การบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานในลุ่มน้ำสำคัญ โดยเฉพาะลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำท่าจีน ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการเผชิญเหตุ และการนำเสนอปัญหาอุปสรรค ความต้องการขอรับการสนับสนุนจากพื้นที่ต่างๆ
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง
ภาพจากเพจสำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.สมุทรสงคราม
ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ล่าสุด ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จังหวัดยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำแม่กลองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนแม่กลอง ร่วมกับปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง โดยมีรายละเอียดสถานการณ์ และการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
สถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือน: ปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนแม่กลอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี อยู่ที่ 2,227 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (ข้อมูล ณ เวลา 07.00 น.) ระดับน้ำ ณ ที่ว่าการอำเภอบางคนที จ.สมุทรสงคราม สภาพน้ำหนุนมี 2 ช่วงเวลา ได้แก่ เวลา 07.0008.00 น. ระดับ 3.4 เมตร และเวลา 18.0019.00 น. ระดับ 3.3 เมตร
โดยได้มีการแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast ไปแล้วรวม 4 ครั้ง
พื้นที่ได้รับผลกระทบ: ครอบคลุม 3 อำเภอ 27 ตำบล 222 หมู่บ้าน 4,237 ครัวเรือน มีประชาชนได้รับผลกระทบรวม 20,000 คน โดยเป็นกลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุ, ผู้พิการ, ผู้ป่วยติดเตียง, เด็ก) จำนวน 12,939 คน และกลุ่มประมงได้รับผลกระทบ 195 คน โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำแม่กลอง คลองสาขา และพื้นที่ริมแม่น้ำลุ่มต่ำใน อ.บางคนที และ อ.อัมพวา
การจัดตั้งศูนย์พักพิงอพยพ: จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวรวม 33 แห่ง รองรับได้ 6,140 คน
โดยเมื่อวานนี้ (30 ก.ย.69) ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ได้ลงนามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว ครอบคลุมทั้ง 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม, อำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที รวมทั้งหมด 27 ตำบล 18 ชุมชน 204 หมู่บ้าน ซึ่งการประกาศครั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถบริหารจัดการและเร่งให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างเต็มที่และทันท่วงที
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์