ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนต.ค. ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ได้เลื่อนคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปออกไปเป็นเดือนธ.ค.
ข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อวันพุธ (30 ก.ย.) ระบุว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดติดตาม เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนส.ค. ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ 3.7%
ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสะท้อนความเป็นไปได้ราว 38% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนต.ค. ตามเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ลดลงจากราว 51% ในการซื้อขายเมื่อวันอังคาร (29 ก.ย.) และเกือบ 71% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
โกลด์แมน แซคส์ระบุในรายงานเมื่อวันพุธว่า บริษัทได้เลื่อนคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ออกไปเป็นเดือนธ.ค. จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนต.ค. พร้อมระบุว่ามีโอกาสสูงที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) จะสรุปในท้ายที่สุดว่า ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และเป็นการดำเนินนโยบายครั้งแรกภายใต้ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อ
ด้านจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กกล่าวเมื่อวันอังคาร (29 ก.ย.) ว่า เฟดยังมีเวลาประเมินข้อมูลต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเมื่อใด
ขณะนี้นักลงทุนจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนก.ย. ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช