กรุงเทพมหานคร เตรียมเปิดระบบออนไลน์รับยื่นขอเงินเยียวยาน้ำท่วมภายในวันที่ 2 ต.ค.นี้ อำนวยความสะดวกประชาชนโดยไม่ต้องเดินทางมาเขต
น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายร่วมกันระหว่างสำนักงานเขต สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะนำแนวทางจากกรณีอุทกภัยในอดีต เช่น ปี 2554 และ 2565 มาประกอบการจัดทำเกณฑ์ จากนั้นจะกำหนดให้ชัดเจนว่า ระดับน้ำ ลักษณะความเสียหาย และหลักฐานประเภทใด สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือในรายการใดได้บ้าง รวมถึงกำลังพิจารณาว่าตามระเบียบสามารถสนับสนุนหน่วยงานหรือบุคลากรจากส่วนอื่นเข้ามาช่วยสำรวจความเสียหายร่วมกับสำนักงานเขตได้หรือไม่ เพื่อเร่งรัดการประเมินให้เร็วที่สุด เนื่องจากคาดว่าจะมีจำนวนผู้ขอรับความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก
สำหรับพื้นที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัย ขณะนี้ครอบคลุม 38 เขต 118 แขวง โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการสำรวจจริงสามารถเสนอขอประกาศเพิ่มเติมได้ หากมีหลักฐานและข้อมูลความเสียหายตามหลักเกณฑ์
* เปิดยื่น 2 ช่องทางออนไลน์ลดภาระประชาชน ไม่ต้องแจ้งความ
ประชาชนที่ประสบอุทกภัย ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้ว โดยได้ประสานงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมบัญชีกลาง และตำรวจ เรียบร้อยแล้ว
กทม. กำลังเปิดระบบขอรับความช่วยเหลือออนไลน์ โดยคาดว่าเปิดใช้งานได้ในช่วงเย็นวันพรุ่งนี้ (2 ต.ค.) ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม แนบรูปถ่ายความเสียหาย สำเนาบัตรประชาชน และเลขที่บัญชีธนาคาร ยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้เลยโดยไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงานเขต เพื่อลดภาระการเดินทางและลดการใช้เอกสารกระดาษ
สำหรับเรื่องรายละเอียดของเอกสารที่ต้องใช้ เช่น สำเนาโฉนดที่ดิน อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับปภ. เพื่อพิจารณาลดการใช้เอกสาร ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุป และประกาศรายละเอียดเอกสารทั้งหมดในวันนี้
หากยื่นออนไลน์แล้ว กทม. จะตรวจสอบข้อมูล หากต้องการเอกสารเพิ่มเติมจะแจ้งผ่านระบบ SMS
สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกระบบออนไลน์ ยังสามารถเดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงานเขตได้ตามปกติ
การจ่ายเงินเยียวยา จากการพูดคุยกับกรมบัญชีกลาง จะดำเนินการโอนเงินแบบออนไลน์
*ปรับเพดานเงินช่วยเหลือหลายรายการ เพิ่มวงเงินตามความเสียหายจริง
ค่าวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือน: ปรับเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุด 88,600 บาท ต่อหลัง เดิมจ่ายสูงสุด 49,500 บาท (จ่ายตามจริงกรณีเสียหายทั้งหลัง)
ค่าที่พักอาศัยชั่วคราว: กรณีต้องย้ายไปเช่าที่อื่น (ไม่อยู่ศูนย์พักพิงกทม.) จ่าย 3,000 บาทต่อเดือน (ไม่เกิน 2 เดือนต่อครัวเรือน)
ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงินทุน: ปรับเพิ่มเพดานตามความเสียหายจริง ปัจจุบันเป็น 13,500 บาทต่อครอบครัว เดิมเคยอยู่ที่ 11,900 บาท
ค่ารักษาพยาบาล: ผู้ป่วยนอก จ่ายตามจริงไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย ส่วนผู้ป่วยใน จ่ายตามจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อราย
เงินปลอบขวัญกรณีบาดเจ็บ: 2,300 บาทต่อราย
ผู้ป่วยติดเตียง: ที่ได้รับการย้ายไปดูแลที่โรงพยาบาลในสังกัด กทม. ไม่มีค่าใช้จ่าย
ค่าจัดการศพกรณีเสียชีวิต: เดิมจ่าย 29,500 บาท ปรับเพิ่มเป็น 35,700 บาทต่อราย
ค่าดำรงชีพเบื้องต้น: กรณีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง หรือเสียหายบางส่วน จ่าย 1,900-3,800 บาท
การประเมินความเสียหาย: สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ ปภ. และสำนักงานเขต กำลังจัดทำเกณฑ์การประเมินความเสียหายร่วมกันให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้การออกสำรวจประเมินทำได้รวดเร็วที่สุด สำหรับผู้ประเมินความเสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างหาแนวทางให้สามารถดำเนินได้เร็วขึ้น โดยอยู่ระหว่างพิจารณาให้หน่วยงานอื่น นอกเหนือจากสำนักงานเขตโดยตรง มาช่วยในการสำรวจและประเมิน เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน