Huawei เปิดตัวสมาร์ตโฟน Mate 90 ชูสถาปัตยกรรมชิปดีไซน์ใหม่ หวังต้านแรงกดดันมาตรการจำกัดการค้าสหรัฐฯ

ข่าวต่างประเทศ Thursday October 1, 2026 14:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (Huawei Technologies) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน ประกาศเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงตระกูล Mate 90 Series อย่างเป็นทางการในวันนี้ (1 ต.ค.) โดยมุ่งพึ่งพาระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นเองและสถาปัตยกรรมชิปที่ปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อยกระดับสมรรถนะของอุปกรณ์ ท่ามกลางมาตรการควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงอย่างเข้มงวดของสหรัฐฯ

ริชาร์ด ยฺหวี ประธานกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ของหัวเว่ย เปิดเผยต่อสื่อมวลชนก่อนการเปิดตัวเมื่อวันอังคาร (29 ก.ย.) ว่า บริษัทยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านอุปทานชิปประมวลผลขั้นสูง

กำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงภายในประเทศจีนยังคงมีจำกัดอย่างมาก ประกอบกับชิป AI ซีรีส์ Ascend ของหัวเว่ยก็จำเป็นต้องใช้กำลังการผลิตจากโรงงานกลุ่มเดียวกัน ยฺหวีกล่าว

โควตาการผลิตชิปสำหรับสมาร์ตโฟนยังคงตึงตัว แม้ว่าราคาจำหน่ายสมาร์ตโฟนที่ปรับตัวสูงขึ้นจะช่วยชะลอการเติบโตของยอดจัดส่งลงไปบ้างก็ตาม

การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นบททดสอบสำคัญของหัวเว่ย ว่าจะสามารถผลักดันขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ตโฟนต่อไปได้หรือไม่ หลังจากมาตรการกีดกันทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้จำกัดการเข้าถึงเครื่องมือและเทคโนโลยีการผลิตชิประดับแนวหน้า ส่งผลให้หัวเว่ยต้องพัฒนาสถาปัตยกรรมทางเลือกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตัวประมวลผล

สมาร์ตโฟนตระกูล Mate 90 ถือเป็นรุ่นที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น Mate 80 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพ.ย. 2568 โดยในรุ่นท็อปอย่าง Mate 90 Pro Max ขับเคลื่อนด้วยชิปเซต Kirin 9050 Pro ซึ่งเป็นชิปประมวลผลแบบรวมศูนย์ (System-on-Chip: SoC) ที่ผลิตขึ้นด้วยนวัตกรรมที่หัวเว่ยเรียกว่า LogicFolding

เทคนิคดังกล่าวคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการเชื่อมต่อวงจรลอจิกภายในชิปให้ซ้อนกันในแนวตั้งแบบ 3 มิติ (3D) แทนการจัดวางในแนวราบแบบ 2 มิติแบบดั้งเดิม ซึ่งช่วยให้วงจรมีความหนาแน่นสูงขึ้นและประมวลผลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แม้กระบวนการดังกล่าวจะต้องใช้แผ่นเวเฟอร์ซิลิคอน (Silicon Wafer) ในปริมาณที่มากขึ้นต่อชิปหนึ่งตัวก็ตาม

ยฺหวีกล่าวเสริมว่า อุตสาหกรรมการผลิตชิปขั้นสูงของจีนยังจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องพิมพ์ลายวงจรชิประบบ DUV (Deep Ultraviolet) และแม้ว่าเทคโนโลยีรังสี EUV (Extreme Ultraviolet) จะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด แต่ผู้ผลิตในจีนยังคงอยู่ในช่วงของการเร่งวิจัยและพัฒนา พร้อมระบุว่าหัวเว่ยมีแผนจะนำชิปที่ผลิตด้วยเทคนิค LogicFolding ไปต่อยอดใช้งานในสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่อื่น ๆ ต่อไป

แม้หัวเว่ยจะไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ผลิตชิป Kirin 9050 Pro แต่แวดวงอุตสาหกรรมเชื่อตรงกันว่า คือ บริษัท เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง อินเตอร์เนชันแนล คอร์ป (SMIC) ผู้รับจ้างผลิตชิปกลุ่มลอจิกรายใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปตระกูล Kirin ให้กับมือถือรุ่นเรือธงของหัวเว่ย ตลอดจนชิปประมวลผล AI ตระกูล Ascend ให้แก่บริษัทมาโดยตลอด

นอกจากนี้ สมาร์ตโฟนตระกูล Mate 90 ยังทำงานบนระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุด HarmonyOS 7 ที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นเองทั้งหมด โดยตัดขาดจากการพึ่งพาโครงสร้างของระบบแอนดรอยด์ (Android) จากกูเกิล ซึ่งปัจจุบันอีโคซิสเต็มดังกล่าวรองรับแอปพลิเคชันและบริการต่าง ๆ แล้วมากกว่า 450,000 รายการ

ด้านราคาจำหน่าย Mate 90 Pro Max รุ่น RAM ขนาด 16 GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลความจุ 512 GB เคาะราคาจำหน่ายที่ 9,999 หยวน (ราว 1,491 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นถึง 2,000 หยวน เมื่อเทียบกับรุ่นสเปกเดียวกันของรุ่นก่อนหน้าตอนเปิดตัว ขณะที่รุ่นมาตรฐาน Mate 90 และรุ่น Mate 90 Pro มีราคาเริ่มต้นที่ 5,999 หยวน และ 6,999 หยวนตามลำดับ โดยหัวเว่ยระบุว่ารุ่นท็อปมีสมรรถนะการทำงานโดยรวมเพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับเรือธงรุ่นก่อน

ปัจจุบัน บรรดาผู้ผลิตสมาร์ตโฟนสัญชาติจีนกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิปหน่วยความจำและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่พุ่งสูงขึ้น จนทำให้ผู้ผลิตต้องปรับขึ้นราคาจำหน่ายและเบนเข็มไปเน้นทำตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มพรีเมียม

ยฺหวีระบุว่า ราคาชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวขึ้นได้เพิ่มภาระต้นทุนเฉลี่ยของตัวเครื่องสูงถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเครื่อง ซึ่งกดดันอัตรากำไรของหัวเว่ยอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาเช่นกัน แต่ยังคงพยายามปรับขึ้นราคาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ