สำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซียรายงานวันนี้ (1 ต.ค.) ว่า อินโดนีเซียเกินดุลการค้าในเดือนส.ค. ที่ระดับ 3.55 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะเกินดุลเพียงประมาณ 630 ล้านดอลลาร์
ยอดส่งออกเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 6.72% เมื่อเทียบรายปี อยู่ที่ 2.661 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 4.3% โดยการปรับตัวขึ้นที่ดีกว่าคาดนี้ได้รับแรงหนุนจากการส่งออกผลิตภัณฑ์โลหะพื้นฐานนอกกลุ่มเหล็ก นิกเกิล อะลูมิเนียม ทองแดง และผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ขั้นพื้นฐานที่ปรับตัวสูงขึ้น
ด้านยอดนำเข้าเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 19.09% เมื่อเทียบรายปี อยู่ที่ 2.306 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะพุ่งขึ้นถึง 31.14%
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ตัวเลขการเกินดุลการค้าในเดือนส.ค. ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2568 ซึ่งยอดเกินดุลลจำนวนมากนี้อาจช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับสถานะบัญชีเดินสะพัดของอินโดนีเซียที่ย่ำแย่ลง หลังจากที่ประเทศมียอดขาดดุลสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2561 ในช่วงไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย.
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท