ราคาทองคำ (96.5%) ขายปลีกในประเทศเปิดเช้านี้ ร่วงลงบาททองคำละ 200 บาท ตามราคาทองคำในตลาดโลก ที่ยังไร้ทิศทางที่ชัดเจน
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองคำ ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.02 น. ดังนี้
ทองคำแท่ง รับซื้อ บาททองคำละ 66,000 บาท ขายออก บาททองคำละ 66,200 บาท
ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาททองคำละ 64,672.56 บาท ขายออก บาททองคำละ 67,00 บาท
บทวิเคราะห์จาก บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด ระบุว่า ราคาทองโลก ยังคงแกว่งตัวในกรอบแนวรับที่ 4,120 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 4,200 ดอลลาร์ และยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน จึงประเมินว่า ทองโลกอาจยังคง Sideways ในกรอบแนวรับ/ แนวต้านดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับที่ 4,100 ดอลลาร์ลงไป ทองโลกมีความเสี่ยงสูง ที่จะเป็นขาลง
ส่วนภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ทองโลกมีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย จากการที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 2 ปีได้ย่อตัวลงสู่ระดับ 4.79% จากเดิมเคยทำจุดสูงสุดที่ 4.93% หลังจากก่อนหน้านี้ที่ตัวเลข PCE สหรัฐฯ ลดลงทำให้ตลาดคาดเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในเดือนธ.ค. 2026 อีกทั้งทางด้านกองทุน SPDR ได้เข้าซื้อทองคำ 0.86 ตัน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนทองด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน สู่ระดับ 101.93 จุด จาก 101.10 จุด สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการปรับตัวขึ้น หลังจากตลาดมีความกังวลว่า การยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิหร่านอย่างถาวรอาจล่าช้าออกไป อีกทั้งทางฝั่งจีน ประกาศระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันในเดือนต.ค. ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ
ประเด็นดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าภาวะอุปทานน้ำมันดิบยังคงตึงตัว ในขณะที่สหรัฐฯ ยังเผยจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์/ ครั้งก่อน ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยนี้ หนุนให้ดอกเบี้ยเฟด มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต บทวิเคราะห์ ระบุ
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์