นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ช่วงวันที่ 58 ต.ค. 69 จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยลักษณะเป็นฝนตกเป็นช่วงๆ ไม่ใช่ฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงยังไม่ถือเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล หากสามารถเร่งพร่องน้ำในระบบคลองให้มีพื้นที่รองรับน้ำได้มากที่สุด
ขณะนี้คลองหลัก 4 สาย ได้แก่ คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ มีแนวโน้มดีขึ้น โดยคลองประเวศบุรีรมย์ยังเป็นพื้นที่ที่ต้องเร่งระบายน้ำเป็นพิเศษ ส่วนคลองลาดพร้าวมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับน้ำที่ระบายมาจากคลองสอง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกทม. ได้เพิ่มการเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์จาก 10 เซนติเมตร เป็น 20 เซนติเมตร เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำ
สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง หากเราพร่องน้ำให้มากที่สุด หากวันที่ 5 ต.ค. มีฝนตกเพิ่มขึ้น ก็น่าจะไม่ส่งผลกระทบเพิ่มเติมมาก แต่ต้องติดตามปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด โดย กทม. ยังคงเร่งสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง นายชัชชาติ กล่าว
*เร่งกู้พื้นที่สะพานสูงลาดกระบัง ใช้ท่อซิ่งเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ
นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะเขตสะพานสูง บริเวณด้านใต้คลองแสนแสบ ระหว่างคลองแสนแสบกับคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ระบายน้ำได้ช้า กทม. เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและสูบน้ำลงคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อเร่งกู้คืนพื้นที่หมู่บ้านและชุมชนโดยรอบ
ส่วนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ขณะนี้ติดตั้ง ท่อซิ่ง จำนวน 4 ท่อแล้ว อยู่ระหว่างเร่งทำแนวคันกั้นน้ำบริเวณคลองหนึ่งอีกประมาณ 100 เมตร เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับ ก่อนเดินเครื่องสูบน้ำ คาดว่าจะเริ่มสูบน้ำได้ประมาณเที่ยงวันนี้
ขณะที่ฝนตกหนักเมื่อวานนี้ พื้นที่ฝั่งธนบุรีมีฝนสะสมเกือบ 90 มิลลิเมตร ส่วนเขตลาดพร้าวมีฝนประมาณ 30 มิลลิเมตร แต่สามารถระบายน้ำได้รวดเร็ว การเร่งดึงน้ำออกจากคลองทำให้พื้นที่รับน้ำเดิมเริ่มมีพื้นที่ว่าง สามารถรองรับฝนระลอกใหม่ได้ แต่ทางกทม. ยังคงเฝ้าระวังพื้นที่ที่ยังมีปัญหา เพราะหากมีฝนตกซ้ำในบริเวณดังกล่าว อาจทำให้การฟื้นตัวของพื้นที่ล่าช้าออกไป
*เตรียมพร้อมรับมือน้ำเหนือ
นายชัชชาติ กล่าวถึง สถานการณ์น้ำเหนือและการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ว่า ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากแนวคันกั้นน้ำยังสูงกว่าระดับน้ำมากกว่า 1 เมตร
ทั้งนี้ กทม. ยังคงเน้นการบริหารจัดการน้ำโดยผันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ตอนกลาง ก่อนระบายออกสู่ทะเล พร้อมหลีกเลี่ยงการพร่องน้ำออกทางฝั่งตะวันออกมากเกินไป เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ลาดกระบังและประเวศ
นอกจากนี้ กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหม และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดตั้งคณะทำงานร่วมและศูนย์ประสานงานในทุกสำนักงานเขต โดยมีผู้บริหารระดับรองอธิบดีของ ปภ. เข้าร่วมประจำศูนย์ เพื่อให้การสนับสนุนกำลังคน เครื่องมือ และการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
*จัดการ ขยะน้ำท่วมขยะชิ้นใหญ่ ใช้ระบบ Buddy ช่วยกันทั้งเมือง
ด้านการจัดการขยะน้ำท่วมและขยะชิ้นใหญ่ กทม. ใช้ระบบ จับคู่เขต (Buddy) โดยให้สำนักงานเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้ามาสนับสนุนการจัดเก็บขยะในพื้นที่ประสบภัย พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ
สำหรับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม เช่น เคหะร่มเกล้า ซึ่งขยะบางส่วนลอยมากองรวมกันตามกระแสน้ำ กทม. ได้นำทีมจัดเก็บขยะทางน้ำที่มีความเชี่ยวชาญจากพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาเข้าช่วยดำเนินการ ขณะที่ชุมชนบางบัวและพื้นที่ลาดพร้าว ได้ระดมเจ้าหน้าที่และรถดัมพ์เข้าจัดเก็บและขนย้ายขยะอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาขยะน้ำท่วมผ่าน Traffy Fondue โดยเลือกหัวข้อ เจอกองขยะน้ำท่วม เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องและเข้าดำเนินการ นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบจุดทิ้งขยะชิ้นใหญ่ฟรีและจุดทิ้งขยะน้ำท่วมในชุมชนได้ทางเว็บไซต์ greener.bangkok.go.th
นอกจากนี้ ทางสำนักสิ่งแวดล้อมได้รวบรวมความต้องการด้านอุปกรณ์และกำลังสนับสนุน เช่น รถกระเช้า รถสูง เรือ รถตักดิน และกำลังคน ส่งให้กองทัพไทย เพื่อให้ผู้อำนวยการเขตสามารถประสานกำลังเข้าช่วยเหลือในพื้นที่วิกฤตได้โดยตรง
สำหรับการขนส่งและกำจัดขยะ ขยะทั้งหมดจะถูกนำส่งไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยของ กทม. ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ หนองแขม อ่อนนุช และสายไหม ตามระบบปกติ เนื่องจากขยะน้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นขยะชิ้นใหญ่และไม่สามารถใช้รถอัดขยะทั่วไปได้ กทม. จึงประสานสำนักการโยธาและสำนักสิ่งแวดล้อมนำรถตักดินเข้าช่วยกดอัดขยะบนรถดัมพ์ ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณขยะต่อเที่ยวได้ประมาณ 23 เท่า ช่วยลดจำนวนเที่ยวขนส่งและเพิ่มความรวดเร็วในการจัดเก็บ
ทั้งนี้ เมื่อขนส่งถึงศูนย์กำจัดมูลฝอย ขยะจะเข้าสู่กระบวนการกำจัดในระบบโรงงานทันที โดยไม่มีการเทกองกลางแจ้ง ช่วยลดปัญหากลิ่นและผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
*เตรียมเปิดระบบ ยื่นเยียวยาน้ำท่วมออนไลน์ ภายในเย็นค่ำวันนี้
สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดย กทม. อยู่ระหว่างเตรียมเปิดระบบยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วมออนไลน์ ภายในช่วงเย็นค่ำวันนี้
ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้อง แนบเอกสาร และอัปโหลดภาพหลักฐานความเสียหายผ่านระบบออนไลน์ได้ในขั้นตอนเดียว โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงานเขตหรือสถานีตำรวจในเบื้องต้น
ทั้งนี้ ขอบเขตการช่วยเหลือครอบคลุมความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อาทิ อาคารบ้านเรือน เครื่องยังชีพ ค่าที่อยู่อาศัยหลัก และกรณีได้รับบาดเจ็บ
ส่วนประชาชนที่ไม่สะดวกหรือไม่ถนัดใช้งานระบบออนไลน์ ยังคงสามารถเดินทางไปยื่นเอกสารและแบบคำร้องด้วยตนเอง ณ สำนักงานเขตในพื้นที่ได้
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามลิงก์ระบบยื่นคำร้อง หลักเกณฑ์ และรายละเอียดการขอรับความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน