สำนักข่าวเกียวโดรายงานในวันนี้ (2 ต.ค.) โดยอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลญี่ปุ่นว่า 4 จังหวัดของญี่ปุ่นมีแนวโน้มว่าจะมีคุณสมบัติเหมาะสมในการยื่นสมัครเป็น เมืองหลวงแห่งที่สอง ตามร่างพระราชกฤษฎีกา เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำรองของกรุงโตเกียวในกรณีเกิดภัยพิบัติ และเพื่อส่งเสริมการกระจายอำนาจ
4 จังหวัดดังกล่าวประกอบด้วย ฮอกไกโด ทางตอนเหนือ, ไอจิ ทางตอนกลาง, โอซาก้า ทางตะวันตก และ ฟุกุโอกะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยทั้ง 4 จังหวัดต่างแสดงความสนใจที่จะได้รับสถานะเมืองหลวงแห่งที่สอง และคาดว่าจะยื่นสมัครเพื่อขอรับการพิจารณา โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะอนุมัติคำขอของจังหวัดเหล่านี้หรือไม่
แหล่งข่าวระบุว่า จังหวัดที่มีสิทธิยื่นสมัครต้องมีเมืองอย่างน้อย 1 เมืองที่มีประชากรคิดเป็นสัดส่วนไม่น้อยกว่า 1.2% ของประชากรทั้งประเทศ และต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่จะไม่เผชิญผลกระทบจากภัยพิบัติพร้อมกับกรุงโตเกียว เช่น แผ่นดินไหวใต้เขตเมืองหลวงโดยตรง หรือการปะทุของภูเขาไฟฟูจิ
นอกจากนี้ จังหวัดดังกล่าวต้องมีสัดส่วนทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 2.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และต้องเป็นที่ตั้งของหน่วยงานรัฐบาลกลางที่อยู่นอกกรุงโตเกียวอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 28 ประเภท
การจัดตั้งเมืองหลวงแห่งที่สองเป็นหนึ่งในข้อตกลงร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล กับพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยทั้งสองพรรคได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวเมื่อเดือนต.ค. 2568 และข้อตกลงดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ซานาเอะ ทาคาอิจิ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือนเดียวกัน
ต่อมา กฎหมายการจัดตั้งเมืองหลวงแห่งที่สองได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในช่วงสิ้นสุดการประชุมสมัยวิสามัญเมื่อเดือนก.ค. 2569
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องในช่วงปลายเดือนต.ค. 2569 หลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และคาดว่าจะประกาศแนวทางพื้นฐานเกี่ยวกับบทบาทของเมืองหลวงแห่งที่สองในเดือนพ.ย. 2569 ก่อนจัดทำแผนนโยบายพื้นฐานให้แล้วเสร็จประมาณเดือนต.ค. 2570
ทั้งนี้ กฎหมายการจัดตั้งเมืองหลวงแห่งที่สองถูกฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยอ้างว่าเอื้อประโยชน์ให้แก่โอซาก้า ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรค JIP
โดย ปรียพรรณ มีสุข/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต