ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า หลังจ้างงานสหรัฐฯ ต่ำคาด หนุนคาดการณ์เฟดคงดอกเบี้ย

ข่าวต่างประเทศ Saturday October 3, 2026 07:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (2 ต.ค.) หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนก.ย.เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดและอัตราว่างงานขยับขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนลดการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกันเมื่อเทียบกับยูโร โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง ท่ามกลางแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลยุโรป และการคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.17% สู่ระดับ 101.933

ดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 157.80 เยนในวันศุกร์ จาก 158.11 เยนในวันพฤหัสบดี และอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.8287 ฟรังก์สวิส จาก 0.8317 ฟรังก์สวิส ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.4259 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.4236 ดอลลาร์แคนาดา

ส่วนยูโรแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1252 ดอลลาร์ จาก 1.1235 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3239 ดอลลาร์ จาก 1.3190 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐฯ ลดการแข็งค่าลงบางส่วน หลังข้อมูลเปิดเผยว่า การจ้างงานในสหรัฐฯ เดือนก.ย.เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ และอัตราว่างงานขยับขึ้นสู่ 4.2% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวลงหลังการเปิดเผยข้อมูลจ้างงาน ก่อนดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 5.285%

อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ยังคงได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการคลังของบางประเทศในยุโรป และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนลดการลงทุนในสกุลเงินของประเทศที่นำเข้าพลังงานรายใหญ่ รวมถึงยูโรและเยน

ยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์เป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ค. 2568

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า เมื่อพิจารณาข้อมูลการจ้างงานโดยรวม ตัวเลขดังกล่าวถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งพอสมควร แต่ไม่ได้สร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ

เขากล่าวว่า ภาพรวมดังกล่าวถือเป็นปัจจัยที่ดีต่อเศรษฐกิจ และน่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ตัวเลขดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด แต่ช่วยลดความเสี่ยงที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนต.ค.ลงเล็กน้อย

เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอีก หลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินเมื่อเดือนที่แล้ว โดยเควิน วอร์ช ประธานเฟดยืนยันถึงความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะเรียกร้องซ้ำ ๆ ให้ลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอีก

ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 86% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนนี้ เพิ่มขึ้นจาก 36% เมื่อสัปดาห์ก่อน

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ