เกาหลีใต้เปิดเผยว่า สัดส่วนน้ำมันดิบที่นำเข้าจากซาอุดีอาระเบียลดลงต่ำกว่าระดับ 30% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ขณะที่โรงกลั่นภายในประเทศพยายามกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ข้อมูลจากบริษัทน้ำมันแห่งชาติเกาหลี (Korea National Oil Corp.) และสมาคมปิโตรเลียมแห่งเกาหลี (Korea Petroleum Association) ระบุว่า น้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียคิดเป็น 29.9% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของเกาหลีใต้ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม ลดลงจาก 30.91% ในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม
ซาอุดีอาระเบียยังคงเป็นแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่สัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียลดลงต่ำกว่า 30% โดยครั้งหลังสุดที่สัดส่วนดังกล่าวต่ำกว่า 30% เกิดขึ้นในปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่อุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกชะงักงัก ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการแพร่ระบาดของโควิด-19
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเตือนว่า หากแนวโน้มขาลงยังดำเนินต่อไป สัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียอาจลดลงมาอยู่ในอันดับ 3 หรือต่ำกว่านั้นในปีนี้ และอาจร่วงลงต่ำกว่าสถิติต่ำสุดเดิมที่บันทึกไว้ในปี 2529
การลดลงดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามของโรงกลั่นในเกาหลีใต้ที่จะกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบและลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้น
ซาอุดีอาระเบียเผชิญกับภาวะชะงักงันด้านการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบ เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน และก่อให้เกิดความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ
แม้ว่าซาอุดีอาระเบียยังคงเดินหน้าส่งออกน้ำมันผ่านเส้นทางอื่น ๆ บริเวณทะเลแดง แต่การขนส่งน้ำมันเผชิญแรงกดดันมากขึ้นหลังกลุ่มฮูตีขู่โจมตีเรือในทะเลแดง ด้วยเหตุนี้ โรงกลั่นในเกาหลีใต้จึงเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา
น้ำมันดิบจากสหรัฐฯ คิดเป็น 20.12% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของเกาหลีใต้ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม โดยยังคงอยู่เหนือระดับ 20% หลังจากสัดส่วนดังกล่าวทะลุระดับ 20% เป็นครั้งแรกเมื่อพิจารณาจากยอดสะสมในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน
โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช